ช่วงนี้มีหลายท่านเหมือนกันที่กำลังจะมีข่าวดีลั่นระฆังวิวาห์กับคู่หวานใจ พร้อมเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน แต่ด้วยความที่ยังเป็นมือใหม่ หลายคู่ก็กังวลเหมือนกันว่า จะจัดงานแต่งงานทั้งที ควรต้องเริ่มทำอะไรอย่างไรบ้าง ยิ่งบ้านเรา การที่จะจัดงานมงคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานบวช ก็มักจะต้องคำนึงถึงวันและเวลา ต้องให้หลวงพ่อหรือเกจิอาจารย์ที่เคารพศรัทธา ดูฤกษ์ยามให้ก่อนเสมอ เพราะเชื่อว่า ถ้าเลือกจัดงานในวันที่เป็นมงคลจะส่งผลให้งานนั้นสำเร็จลุล่วงและนำพาแต่ความสุขความเจริญมาให้ เรื่องฤกษ์งามยามดีก็ว่ากันไปค่ะ ถ้าอะไรที่ทำแล้วทุกฝ่ายสบายใจ ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ลำบากอะไร

เครดิตฟรี

  1. การวางแผน
    อยากได้งานในรูปแบบใด การจัดงานแต่งงานจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยากนะคะ งานสำคัญของตนเอง หลายคนก็อยากให้มันออกมาในแบบที่เราชอบมากที่สุด ลองคิดดูคร่าวๆค่ะว่า เราต้องการให้งานมันออกมาในลักษณะแบบใดมากที่สุด เช่น งานเลี้ยงขนาดใหญ่ เชิญแขกทุกคนที่รู้จัก หรืองานเลี้ยงแบบอบอุ่นขนาดเล็ก สำหรับญาติสนิทเท่านั้น ก็ต้องลองคุยกับคู่ของเราด้วยค่ะว่า เขามีความคิดเห็นอย่างไร เพราะไม่ใช่เราคนเดียวที่จะแต่งงานนี่คะ นี่ล่ะถึงบอกว่า การแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ร่วมกับใครอีกคน เพราะฉะนั้น อย่ายึดแต่ความคิดของตัวเองฝ่ายเดียวค่ะ ฟังอีกฝั่งบ้าง โดยเฉพาะ ถ้าอีกฝ่ายกังวลเรื่องงบประมาณ เราอาจจะจัดไม่ต้องใหญ่มาก แต่เน้นความอบอุ่นในครอบครัวก็ได้ค่ะ จัดงานใหญ่ไปก็งบอาจจะบานปลาย
  2. ลองหาที่ปรึกษา
    ถ้าคุยกันสองคนแล้วยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ มีบ้างไหมคะ เพื่อนสักคนที่แต่งงานไปแล้วหรือญาติๆ คนที่พอจะสนิทคุยกันได้ เขาอาจจะมีคำแนะนำที่ดีให้กับคุณเพราะเขาเคยมีประสบการณ์ในการจัดงานมาก่อน ทั้งการเลือกสถานที่ จะจัดที่ไหนดี โรงแรม/ในสวน /ที่บ้าน ที่ไหนพอจะเหมาะสมกับงานของเราบ้าง ของชำร่วยควรจะเป็นแบบไหน ทำเองหรือเลือกร้านไหนที่ทำออกมาดีและราคาไม่แพง อาหารต้อนรับแขกจะเป็นแบบไหน โต๊ะจีน/บุพเฟ่ต์/คอกเทล หรือแบบไหน เรื่องของอาหารก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบของงานเช่นกัน ชุดแต่งงาน อุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆ ดอกไม้ การ์ดแต่งงาน ของไหว้ผู้ใหญ่ และสิ่งที่หลายคู่คิดหนักมากที่สุดก็คือ สินสอดทองหมั้นต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องที่จะตกลงกันได้ง่ายๆ(จริงๆนะ) ปรึกษาญาติทั้งสองฝ่าย ตกลงกันดีดีค่ะ

สล็อต

  1. จัดงานเน้นแบบลดรายจ่าย
    ของอะไรที่พอจะทำเองได้ หาเองได้บ้าง ค่าจัดงานแต่ง ส่วนใหญ่ก็จะหมดกับการจ้างร้านเวดดิ้งมาออกแบบงาน ส่วนใหญ่ก็จะรวมทั้งค่าถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ค่าชุด แต่งหน้าทำผม ทีมจัดงาน ต่างๆ แต่ถ้าสมมุติว่า เราจะเป็นคนจัดเอง เรื่องของประดับตกแต่งงานอาจจะช่วยลดรายจ่ายได้เยอะ ของประดับตกแต่งอย่างเช่น ดอกไม้หรือฉากหลังถ่ายรูปที่ระลึก ของชำร่วยต่างๆ อาจจะลองศึกษาวีธีการทำ และเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ งานDIY ต่างๆก็น่าสนใจไม่น้อย ยิ่งถ้าบ่าวสาวคู่ไหน ชอบสไตล์วินเทจ เรียบๆง่ายๆ ไม่อะไรมาก ก็ค่อนข้างที่จะหาอะไรมาประดับได้ง่าย เช่น ผ้า หรือกระดาษ กิ่งไม้ หรืออื่นๆที่สามารถใช้ได้เหมาะสมกับรูปแบบงานนั้นๆ
  2. อาหาร
    ก่อนที่จะเตรียมอาหารต้องดูก่อนว่า เราจะเชิญแขกจำนวนเท่าไหร่ เชิญใครบ้าง จะได้เลือกอาหารต้อนรับแขกได้ถูก แขกที่มา อาจจะมีหลากหลาย ดังนั้นการเลือกอาหารควรเลือกที่สามารถรับประทานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ส่วนมากก็จะเน้นอาหารไทย เพราะคนไทยก็จะคุ้นเคยกันดี เราอาจจะเพิ่มของหวานของว่างเล็กๆน้อยๆ เช่น น้ำหวาน น้ำผลไม้ ขนมไทย เป็นต้น การกะจำนวนของอาหารนั้น ขอกระซิบนิดนึงว่า ควรคิดเผื่อไว้จะดีกว่าขาดนะคะ ถึงแม้จะอยากประหยัดงบเท่าไหร่ แต่เรื่องอาหารการกินขอเว้นไว้เรื่องหนึ่งค่ะ เพราะยังไงเสีย พวกเขาก็อุตส่าสละเวลามางานร่วมแสดงความยินดีกับเรา อีกอย่างพวกเขาก็ล้วนเป็นคนพิเศษของทั้งสองฝ่ายเจ้าบ่าวเจ้าสาว นานๆทีจะได้เจอกัน ควรจัดเลี้ยงให้เต็มที่ให้พวกเขามีความสุขไปกับเราด้วยดีกว่านะ

สล็อตออนไลน์

  1. ชุดแต่งงาน
    แนะนำเลือกร้านที่สะดวกใจคุยกันได้จะดีที่สุด เพราะอย่างน้อยอาจจะคุยได้ในราคาที่พิเศษ อย่างน้อยก็ช่วยลดงบได้บ้าง แต่ถ้าอยากประหยัดส่วนนี้จริงๆ ชุดแต่งงานเราก็สามารถออกแบบได้(ขึ้นอยู่กับตรีมงานเช่นเดียวกัน) เช่น บางคู่จัดในตรีมงานวัด เสื้อผ้าหน้าผมอาจจะไม่อลังมาก แต่เน้นงานให้มีความสนุกสนาน แบบนี้ก็ไอเดียดีไม่แพ้ใคร

jumboslot

  1. สถานที่ในการจัดงาน
    จริงๆถ้าหากมีพื้นที่ในบ้าน เช่น สวนหน้าบ้าน เราอาจจะเลือกใช้บริเวณหน้าบ้านเรานี่แหละเป็นสถานที่เฉลิมฉลอง งานอาจจะไม่ใหญ่ เชิญแค่คนสนิท ให้มาร่วมงานแบบเรียบง่ายแต่บรรยากาศแบบอบอุ่นๆ ทั้งเพื่อนฝูง ญาติสนิท นอกจากจะช่วยประหยัดงบค่าสถานที่แล้ว ก็ยังช่วยประหยัดงบในเรื่องอื่นๆด้วย

jumboslot

  1. ภาพถ่ายพรีเวดดิ้ง/วันจริง
    แน่นอนว่างานแต่งงานทั้งที ก็อยากเก็บความทรงจำเอาไว้ หากเรามีคนสนิทที่พอจะคุยกันได้เรื่อง ช่างภาพ ก็น่าจะลองดู ทริคที่ดีที่สุดในการเลือกช่างภาพก็คือ การศึกษาดูผลงานที่ผ่านมาของเขา ว่ามาในสไตล์ไหน เพราะช่างภาพแต่ละคนก็มีสไตล์ในการถ่ายภาพ+ตกแต่งภาพที่ต่างกัน เรื่องราคาอาจจะไม่ต่างกันมาก แต่เรื่องฝีมือ ขึ้นอยู่กับเราด้วยว่า ชอบแบบใด
จัดงานแต่ง อย่างไร ไม่ให้งบบานปลาย

Post navigation