การวางแผนเกษียณอายุ หลายๆ ท่านอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว อีกนานกว่าจะเกษียณ หรือไม่ก็อยากทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าไม่มีแรงทำงาน ค่อยหยุดทำงาน สิ่งที่เราคิด กับความเป็นจริงอาจต่างกัน อย่าลืมไปนะคะว่า ยิ่งเราอายุมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพร่างกายของเราจะแข็งแรง มีแรงทำงานเหมือนปัจจุบันนะคะ ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ ต่อให้ใจเราอยากทำงานยังไง แต่หากสภาพร่างกายไม่ไหว ก็ไม่สามารถทำงานหาเงินต่อไปได้

เครดิตฟรี

ทำให้ชะล่าใจ คิดว่า รอก่อน ยังไม่ถึงเวลา แต่รู้ไหมค่ะว่า สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับเรา ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คือ สัดส่วนคนสูงอายุจะมีมากขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มคนวัยทำงาน และคนเราจะมีอายุยืนขึ้น สวัสดิการภาครัฐไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น รวมไปถึงเงินเฟ้อที่บั่นทอนอำนาจการซื้อของเราลงทุกวันๆ ทำให้เราต้องหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินเพื่อเกษียณอายุ เพราะหากเราไม่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ หรือขาดการวางแผนที่ดี อนาคตอาจเสี่ยงต่อใช้ชีวิตอย่างลำบาก หากไม่มีเงินออม เงินเก็บที่มากพอที่จะดูแลตัวเองตอนเกษียณได้ การวางแผนเกษียณ มีหลายท่านที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ไม่รู้ต้องทำอย่างไร

สล็อต

วันนี้เราสรุปวิธีวางแผนเกษียณ เพื่อง่ายต่อการนำไปใช้ได้จริงด้วย 5 Step กันนะคะ
Step 1 สำรวจตัวเอง : อันดับแรกเลยนะคะ คือ พิจารณาว่า รายได้ของเราในทุกวันนี้ มีความมั่นคงมากน้อยเพียงใด อาชีพที่ทำ แหล่งรายได้ที่มี สามารถทำต่อไปได้จนถึงอนาคตได้หรือไม่ เพราะด้วยยุคแห่งเทคโนโลยี ที่เข้ามามีบทบาทกับเราทุกวันนี้ ทำให้หลายอาชีพ หลายธุรกิจได้รับผลกระทบ อย่างที่เราเห็นได้ชัดเจน ในภาคของธุรกิจการเงินธนาคาร ที่ได้มีการปรับลดสาขา ลดจำนวนพนักงาน โดยให้ลูกค้าของธนาคาร สามารถใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ลูกค้าก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาติดต่อที่ธนาคารก็สามารถใช้บริการทางออนไลน์ได้

สล็อตออนไลน์

Step 2 สำรวจแหล่งเงินได้หลังเกษียณ : จากที่เราได้สำรวจแหล่งเงินได้ในปัจจุบันของเราไปกันแล้ว ต่อมาเราก็มาสำรวจแหล่งเงินได้หลังเกษียณ ที่เราคาดว่าจะได้รับว่ามาจากทางใดบ้าง เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญ (กบข.), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), รายได้จากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ เงินปันผล เป็นต้น คาดการณ์ว่าจะมีเงินหลังเกษียณ รวมแล้วเท่ากับเท่าไหร่

jumboslot

Step 3 คำนวณวางแผนเป้าหมายค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ : ต่อมาเราก็จะมาวางแผนเพื่อตั้งเป้าหมายกันค่ะ ว่าเราอยากจะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ ต้องการมีเงินใช้หลังเกษียณประมาณเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เราควรต้องเตรียมไว้ เช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายเผื่อไว้เป็นค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันอายุ 30 ปี ต้องการจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี คาดว่าจะมีอายุขัย 85 ปี นั่นหมายความว่า เรามีระยะเวลาในการเก็บเงิน 30 ปี
เพื่อไว้ใช้หลังเกษียณเป็นระยะเวลา 25 ปี และอยากจะมีเงินใช้เดือนละ 20,000 บาท (มูลค่าปัจจุบัน 20,000 หากคิดเป็น มูลค่าเงินอนาคต อีก 30 ปี
โดยคิดอัตราเงินเฟ้อที่ 3% = ประมาณ 48,000 บาท) สรุปคือ หากคิดมูลค่าเงิน 20,000 บาท ในอีก 30 ปี ข้างหน้า มูลค่าเงินอนาคตจะเท่ากับประมาณ 48,000 บาท
ลองคำนวณกันค่ะ 48,000 x 12 เดือน x 25 ปี = 14,400,000 บาท เห็นตัวเลขนี้แล้วหลายท่านอาจตกใจว่า ต้องเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณเยอะขนาดนี้เลยเหรอ
จะเก็บเงินได้อย่างไร แล้ววันนี้ที่เตรียมไว้มีอยู่เท่าไหร่ นำตัวเลขมาคำนวณ ลบ กันได้เลยค่ะ ยกตัวอย่าง เป้าหมายเงินเก็บหลังเกษียณ = 14,400,000

jumboslot

ปัจจุบันได้เตรียมไว้แล้วรวมถึงคาดการณ์ว่าได้รับเงินจากแหล่งเงินได้หลังเกษียณอีก = 2,000,000 บาท ต้องวางแผนเพิ่มอีก 12,200,000 บาท
เห็นตัวเลขแล้ว เรามาวางแผนกันต่อดีกว่าค่ะ ว่าจะทำอย่างไร ถึงจะมีเงินตามเป้าหมายที่เราวางไว้ ซึ่งวิธีในการเก็บเงินเพื่อเกษียณก็มีอยู่หลายแบบด้วยกัน
ตามความชอบและถนัดของแต่ละบุคคลนะคะ บางท่านก็อาจจะชอบที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะซื้อเก็บไว้ในปัจจุบัน
แล้วขายในอนาคต หรือไม่ก็ลงทุนซื้อ บ้าน คอนโด ไว้ปล่อยเช่า นะคะ

ตามเป้าหมายของเราแล้ว คือ 12,200,000 บาท หลายท่านอาจคิดว่า เป็นไปไม่ได้ จะเก็บเงินให้ได้จำนวนนี้เป็นเรื่องยาก
แล้วจะทำอย่างไรล่ะถึงจะทำได้ตามเป้าหมาย ขอเพียงเราให้ความสำคัญ มีวินัยออมอย่างสม่ำเสมอ
เป้าหมายของเราก็สามารถสำเร็จได้ค่ะ

ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเก็บเงินเพื่อเกษียณผ่านสินทรัพย์ทางการเงิน อย่างเช่น กองทุนรวม หรือ หุ้น กันนะคะ
โดยออมผ่านกองทุนรวมตราสารทุนหรือหุ้น สมมติฐาน ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี โดยการออมสม่ำเสมอเฉลี่ยเดือนละประมาณ 9,000 บาท

หรืออาจจะเริ่มต้นออมจากความสามารถในการออมจากน้อยไปมาก ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เช่น ช่วงแรกอาจเริ่มต้นออมเดือนละ 3,000 -5,000 บาท
แล้วค่อยออมเพิ่ม เป็นเดือนละ 6,000 – 7,000 บาท และค่อยออมเพิ่ม เป็นเดือนละ 8,000 – 10,000 บาท
ระยะเวลา 30 ปี ก็จะสามารถทำให้มีเงินตามเป้าหมายของเราได้ คือ 12,200,000 บาท

Step 4 ทำตามแผน : เมื่อเรารู้แล้วว่า ต้องออมเฉลี่ยเงินเดือนละประมาณ 9,000 บาทหรือออมแบบค่อยๆ ออมเพิ่มในแต่ละช่วง
เพื่อให้ถึงเป้าหมายต่อไปคือ ทำตามแผนที่ได้วางไว้ โดยการคัดเลือกกองทุนรวม หรือ หุ้น ที่เราต้องการออม
ซึ่งมีหลายกองทุนที่ผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ย 8% ขึ้นไป

Step 5 ติดตาม ทบทวน ประเมินผล : เมื่อเราออม ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ควรที่จะติดตาม ประเมินผล อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี
ว่าผลตอบแทนได้เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ต้องปรับเปลี่ยนแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ กองทุนรวม หรือ หุ้นที่เราลงทุนไป มีแนวโน้ม
นโยบายมีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรบ้าง ต้องติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ ธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน กันด้วยนะคะ

วางแผนเกษียณให้สำเร็จได้..ตามเป้าหมาย

Post navigation