เจ้าพระตา
เจ้าพระตา หรือ เจ้าพระวรราชปิตา (พ.ศ. 2236-2314) เป็นเจ้าผู้ครองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (หนองบัวลำภู) พระองค์ที่ 2 (พ.ศ. 2311-พ.ศ. 2314) เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าสุวรรณปางคำ (เจ้าปางคำ) ปฐมกษัตริย์แห่งนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน อันสืบมาแต่สายราชวงศ์สุวรรณปางคำ นครเชียงรุ่งแสนหวีฟ้าสิบสองปันนา เป็นพระราชบิดาเจ้าพระวิไชยราชสุริยวงษขัติยราช เจ้าผู้ครองอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ องค์ที่ 3 และเป็นพระราชบิดาเจ้าพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองเมืองอุบลราชธานีศรีวนาไลยประเทศราช องค์ที่ 1

slotxo

ประวัติ
เจ้าพระตา ทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุวรรณปางคำ ปฐมกษัตริย์แห่งนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน และมีพระราชมารดาอันมีศักดิ์เป็นพระราชนัดดาของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง พระองค์ที่ 32 สมภพเมื่อปี พ.ศ. 2236 ที่นครเวียงจันทน์ มีพระอนุชา 1 พระองค์ คือ เจ้าพระวอ แต่ประชาชนทั้งหลายมักเรียกพระนามทั้งสองพระองค์รวมกันจนติดปากว่า “พระตาพระวอ” มาจวบจนปัจจุบัน เมื่อเจ้าพระตาทรงเจริญชนม์ พระเจ้าสุวรรณปางคำทรงโปรดให้เข้ารับราชการสนองพระคุณพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ผู้เป็นพระปัยกา (คุณตาทวด) ที่พระราชสำนักนครเวียงจันทน์
ต่อมาเจ้าพระตาทรงอภิเษกสมรสกับเจ้านางบุศดี หรือ พระนางบุศดีเทวี มีพระราชโอรส และพระราชธิดา ทั้งหมด 9 องค์ ดังปรากฏรายพระนามดังนี้

  1. เจ้านางสีดา
  2. เจ้านางแสนสีชาติ โดยสันนิษฐานว่าเป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าสิริบุญสาร และเป็นพระราชมารดาเจ้าอนุวงศ์ (มีในเอกสารใบลานพงศาวดารเมืองหลวงพระบาง)
  3. เจ้าคำผง ต่อมาเป็นเจ้าผู้ครองเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช องค์ที่ 1 ต้นสายสกุล ณ อุบล
  4. เจ้าฝ่ายหน้า ต่อมาเป็นเจ้าผู้ครองอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ องค์ที่ 3
  5. เจ้าทิดพรหม ต่อมาเป็นเจ้าเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช องค์ที่ 2 ต้นสายสกุล พรหมวงศานนท์
  6. เจ้าโคตร ต้นสายสกุล บุตโรบล
  7. เจ้านางมิ่ง
  8. เจ้าซุย
  9. เจ้านางเหมือนตา
  10. เจ้าสุ่ย ต่อมาเป็นเจ้าราชบุตรเมืองอุบลราชธานี และได้รับพระราชทานเป็นเจ้าผู้ครองเมืองอุบลราชธานี xoslot องค์ที่ 3 แต่ถึงแก่อนิจกรรมที่กรุงเทพฯ ก่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองเมือง
    ศึกชิงราชบัลลังก์นครเวียงจันทน์
    ในปี พ.ศ. 2238 พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชสวรรคต ไม่มีผู้สืบราชสมบัติอย่างชัดเจน มีแต่พระราชนัดดาที่ทรงพระเยาว์ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและศึกแย่งชิงเชื้อพระวงศ์มาเป็นพวกตน บางพระองค์ได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร การแย่งชิงราชสมบัติหลังการสวรรคตของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชจึงเป็นชนวนเหตุการนำไปสู่การแบ่งแยกอาณาจักรล้านช้างอันเข้มแข็ง และยิ่งใหญ่ ออกเป็น 3 อาณาจักรเล็กอันอ่อนแอในที่สุด และพระยาเมืองแสนอัครมหาเสนาบดี ได้เข้ายึดราชบัลลังก์พร้อมสถาปนาตนขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อาณาจักรล้านช้าง พระองค์ที่ 33 พระนามว่า “พระยาจันทสีหราช (เมืองแสน)” ขณะนั้นเจ้าองค์บุญ พระราชโอรสของเจ้าองค์ลอง และเป็นหลานของพระไชยเชษฐาธิราชที่ 2 (พระเจ้าไชยองค์เว้) จึงได้หนีราชภัยสงครามมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระเจ้าสุวรรณปางคำที่หนองบัวลุ่มภู พระเจ้าสุวรรณปางคำทรงชุบเลี้ยงเจ้าองค์บุญเยี้ยงพระราชโอรสของพระองค์

เครดิตฟรี

ในปี พ.ศ. 2273 พระไชยเชษฐาธิราชที่ 2 (พระเจ้าไชยองค์เว้) เสด็จสวรรคต เจ้าองค์ลองซึ่งเป็นพระราชโอรสจึงเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ พระองค์ที่ 2 ซึ่งมีพระราชโอรสคือ เจ้าองค์บุญ อาศัยอยู่ที่หนองบัวลุ่มภู และในปี พ.ศ. 2283 เจ้าองค์ลองสวรรคต เจ้าอุปราช (ท้าวนอง) พระอนุชาของพระเจ้าไชยองค์เว้ก็ขึ้นสืบราชบัลลังก์เป็นพระมหากษัตริย์อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ พระองค์ที่ 3

ปี พ.ศ. 2294 เจ้าองค์บุญมีความประสงค์จะได้ราชบัลลังก์นครเวียงจันทน์โดยอ้างสิทธิเป็นพระราชโอรสของเจ้าองค์ลอง และพระราชนัดดาของพระเจ้าไชยองค์เว้ ซึ่งเจ้าพระตา และเจ้าพระวอ จึงได้ยกกองกำลังหนองบัวลุ่มภูเข้าช่วงชิงราชบัลลังก์จากเจ้าอุปราช (ท้าวนอง) พระมหากษัตริย์อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ พระองค์ที่ 3 จนสำเร็จ แล้วปราบดาภิเษกเจ้าองค์บุญขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ครองอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ พระองค์ที่ 4 พระนามว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 3 หรือ พระเจ้าสิริบุญสาร และพระเจ้าสิริบุญสารได้ให้เจ้าพระตา และเจ้าพระวอดูแลรักษาบ้านหินโงมอีกด้วย แต่หาได้เป็นเสนาบดีในราชสำนักนครเวียงจันทน์ไม่ ดังปรากฏในพงศาวดารหัวเมืองมณฑลอีสาณของหม่อมอมรวงษ์วิจิตร ความว่า “จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุญนพศก พระเจ้าองค์หล่อผู้ครองกรุงศรีสัตนาคนหุตถึงแก่พิราไลย หามีโอรสที่จะสืบตระกูลไม่ แสนท้าวพระยาแลนายวอ นายตา จึ่งได้พร้อมกันเชิญกุมารสองคน ซึ่งเปนเชื้อวงษ์พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตคนเก่า อันได้หนีไปอยู่กับนายวอ นายตา เมื่อพระเจ้าองค์หล่อยกกำลังมาจับพระยาเมืองแสนฆ่านั้น ขึ้นครองกรุงศรีสัตนาคนหุต “

สล็อต xo

เหตุขัดแย้งกับนครเวียงจันทน์
ในปี พ.ศ. 2302 พระเจ้าสุวรรณปางคำทิวงคตลง ส่วนเจ้าพระตา แลเจ้าพระวอ ผู้ปกครองอยู่ที่บ้านหินโงม (ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปทางอำเภอโพนพิสัย ประมาณ 1 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นที่รักใคร่ของไพร่พลจนใผู้สมัครใจมาร่วมอาศัยอยู่ในชุมชนเป็นจำนวนมาก
ในปี พ.ศ. 2310 พระเจ้าสิริบุญสารเกรงว่ากลุ่มเจ้าพระตาจะก่อการกบฎต่อพระราชสำนักนครเวียงจันทน์ จึงคิดหาอุบายขอพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดาของเจ้าพระตาไปไว้ในพระราชสำนักนครเวียงจันทน์ ซึ่งในพงศาวดารกล่าวถึง เจ้านางแสนสีชาติ ไปเป็นนางห้าม (นางสนม) ทางเจ้าพระตาไม่พอใจเป็นอันมาก และเจ้าพระตาตอบปฏิเสธไม่ให้พระราชธิดาแก่พระเจ้าสิริบุญสาร จึงเป็นชนวนเหตุเกิดความขัดแย้ง เจ้าพระตา เจ้าพระวอจึงได้ชักชวนแม่ทัพนายกองที่ไม่สมัครใจจะทำราชการกับพระเจ้าสิริบุญสารด้วย คือ เจ้าผ้าขาว (ต้นกำเนิดเมืองกาฬสินธุ์) หลวงราชโภชนัย ท้าวชม ท้าวนาม ท้าวเซียง แลท้าวสูนได้อพยพไพร่พลกองครัวญาติพี่น้องลงมาพร้อมกับเจ้าพระตา จากบ้านหินโงมมายังหนองบัวลำภู อันมีพระราชบิดาปกครองอยู่
[NPC5]

เจ้าพระตา

Post navigation