สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องทำงานร่วมกับคนเกาหลี

เครดิตฟรี

ใครมีความคิดอยากลองทำงานกับคนเกาหลีหรือบริษัที่เกาหลีบ้าง? แน่นอนว่าการทำงานที่บริษัทเกาหลีนอกจากความกดดันที่ค่อนสูง ยังมีเรื่องวัฒนธรรมในการทำงานที่จำเป็นต้องรู้ค่ะ

สล็อต

สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องทำงานในบริษัทเกาหลี

  1. จงใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 6 มีหลายเรื่องที่คนเกาหลีมักจะรู้กันเองโดยที่ไม่ต้องพูดออกมา และการที่เราเป็นคนต่างชาติที่ไม่เติบโตมาในเกาหลีจึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจได้ในครั้งแรกค่ะ โดยเฉพาะถ้ามีเรื่องปัญหาด้านภาษาทำให้หลายครั้งการสื่อสารระหว่างเพื่อนร่วมงานเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีกค่ะ วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 6 ให้มากที่สุด ต้องรู้จักสังเกตและพยายามพูดคุยเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานคนเกาหลีให้มากที่สุด ช่วงแรกอาจเป็นเรื่องยากแต่เพื่อความราบรื่นในการทำงานก็ต้องอดทนค่ะ
  2. อย่าตั้งคำถามกับหัวหน้าในที่สาธารณะ เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่คนต่างชาติหลายคนไม่เข้าใจ (รวมถึงเราด้วยค่ะ) อย่างที่รู้กันว่าสังคมเกาหลีค่อนข้างให้ความสำคัญกับ “ความอาวุโส” มาก ยิ่งในบริษัทการให้ความเคารพหัวหน้างานเป็นเรื่องที่สำคัญ ลูกน้องหรือรุ่นน้องในทีมมีหน้าที่ต้องรับฟังคำสั่ง ฉะนั้นการตั้งคำถามกับหัวหน้าต่อที่สาธารณะถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควรค่ะ หากคุณมีคำถามเรื่องการทำงานควรถามเพื่อนร่วมงาน หรือหากต้องการคำตอบจากหัวหน้าจริงๆควรถามแบบตัวต่อตัวค่ะ
  3. อย่าคาดหวังว่าเพื่อร่วมงานจะพูดภาษาอังกฤษ ถึงแม้ว่าคุณจะพูดภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน แต่ก็ไม่ควรคาดหวังว่าเพื่อนร่วมงาน (คนเกาหลี) ทุกคนจะพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ ความจริงแล้วคนเกาหลีส่วนมากได้คะแนนสอบภาษาอังกฤษสูงกันมากๆ แต่อาจไม่ค่อยถนัดสำหรับการสนทนาค่ะ ทางออกที่ดีที่สุดคือการฝึกพูดภาษาเกาหลีค่ะ ถึงแม้ว่าช่วงแรกจะยากและถึงแม้ว่าภาษาเกาหลีของคุณจะไม่แข็งแรงก็ตาม แต่การพูดภาษาเกาหลีกับเพื่อร่วมงานจะแสดงให้เห็นถึงพยายามและความใส่ใจค่ะ
  4. บางอย่างที่ดูโดดเด่นไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป บางครั้งการที่เติบโตจากต่างประเทศทำให้คนต่างชาติมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้คนเกาหลีไม่พอใจเช่น การพูดจาโผงผาง, การพูดตรงๆ หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นที่มากเกินไปค่ะ (ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ดี) ถึงแม้จะน่าอึดอัดใจแต่ชาวต่างชาติก็ต้องปรับตัวค่ะ

สล็อตออนไลน์

  1. พยายามอย่าคิดว่าจะอยู่เกาหลีไม่นาน ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในเกาหลีหลายคน มีความคิดว่าอยากทดลองหาประสบการณ์ในเกาหลีเพียงแค่ 1-2 ปีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงมีหลายคนที่กว่าจะรู้ตัวก็อยู่เกาหลีมานานกว่า 5-6 ปีเลยค่ะ ดังนั้นในช่วงเวลาที่ทำงานอยู่ในเกาหลีพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมและภาษาเกาหลีให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะมีแผนออกจากเกาหลีแต่อย่างน้อย ทุกคนจะได้ความสามารถพิเศษเป็นภาษาเกาหลีเพิ่มเติมลงในโปรไฟล์ด้วยค่ะ
  2. ควรผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงาน การทำงานร่วมกับคนอื่นสิ่งที่สำคัญคือการผูกมิตรค่ะ ถึงแม้ว่าจะทำงานเก่งขนาดไหนแต่ถ้าต้องทำงานคนเดียวก็เป็นเรื่องลำบากได้เช่นกัน วิธีการผูกมิตรกับคนเกาหลีก็สามารถเริ่มต้นได้โดยการขอเบอร์ติดต่อหรือไอดีกาเกา และหาโอกาสออกไปทานข้าวหรือสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ว่ากันว่าหากต้องการสนิทกับคนเกาหลีให้เร็วที่สุด ทางที่ดีที่สุดคือการออกไปดื่มด้วยกันค่ะ แต่ถ้าใครที่มีธุระพอดีก็สามารถบอกออกไปได้เลยตรงๆ และหาโอกาสออกไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานครั้งหน้าแทนได้ค่ะ
  3. เคารพธรรมเนียมเกาหลี ที่เกาหลีมีธรรมเนียมหลายอย่างที่คนเกาหลียังถือปฏบัติอย่างเคร่งครัด หนึ่งในนั้นคือการนับถือความอาวุโสค่ะ นอกจากต้องเชื่อฟังคำสั่งแล้วเรื่องมารยาทขั้นพื้นฐานก็เป็นเรื่องจำเป็นค่ะ เช่น มารยาทในการทานข้าวร่วมกับผู้ใหญ่ต้องให้ผู้ใหญ่เริ่มทานก่อน, เวลาดื่มต้องจับแก้วสองมื้อและไม่ดื่มหันหน้าต่อหน้าผู้อาวุโสกว่า, เมื่อทานอาหารเสร็จควรนั่งรอจนกว่าผู้ใหญ่จะลุกออกจากโต๊ะค่ะ ช่วงแรกอาจไม่ค่อยชินแต่สามารถเรียนรู้ได้จากการสังเกตหรือสอบถามเพื่อนเกาหลีได้ค่ะ ถึงแม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะดูเป็นเรื่องจุกจิก แต่ถ้าปฏิบัติตามได้ก็จะทำให้คุณดูเป็นคนที่มีมารยาทและน่ารักในสายตาผู้ใหญ่ค่ะ
  4. มาทำงานก่อนเวลาและเลิกงานดึก ข้อนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการทำงานที่เกาหลีค่ะ ถึงแม้ว่าเวลาเข้างานคือ 9 โมงแต่ควรที่จะไปถึงก่อน 8:50 น. และแม้ว่าจะถึงเวลาเลิกงานแล้วก็ไม่ควรออกจากที่ทำงานแบบตรงเวลาเป๊ะๆ ควรรอให้หัวหน้ากลับก่อนค่ะ หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ make sense เลยซักนิด (รวมถึงเราด้วย) แต่จากประสบการณ์ตรงของเราบอกเลยว่าถ้าคุณกลับก่อนหัวหน้า จะถูกมองด้วยสายตาแปลกๆแน่นอนค่ะ
  5. ต้องทำงานทุกอย่าง ชาวต่างชาติหลายคนที่เข้ามาทำงานที่เกาหลีครั้งแรกอาจตกใจกับวัฒนธรรมการทำงานที่ “ต้องทำทุกอย่าง” ถึงแม้ว่าคุณจะเข้ามาด้วยตำแหน่งไหนแต่ถ้าหัวหน้าสั่งคุณก็ต้องทำทุกอย่างค่ะ เพื่อนเกาหลีเราบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของบริษัทเกาหลีที่พนักงาน “ต้องทำเกินกว่าหน้าที่” ใครที่ทำงานในเกาหลีต้องเตรียมใจค่ะ
  6. อย่าคาดหวัง แน่นอนว่าการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมักจะต้องเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมายตลอดเวลา ดังนั้นการทำงานที่เกาหลีคุณอาจได้เจอกับประสบการณ์ที่เกินความคาดหมายค่ะ รับรองว่าชีวิตของคุณจะไม่มีวันเบื่อแน่นอน

jumboslot

ในเกาหลีมีลักษณะพิเศษและการปฏิบัติในวงการธุรกิจบางอย่าง ซึ่งถือกันโดยทั่วไปว่าเป็นมารยาทที่ถูกต้อง ซึ่งถือกันโดยทั่วไปว่าเป็นมารยาทที่ถูกต้อง และเหมาะสมสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพอยู่ในวงการเช่นนั้น สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษได้แก่มารยาทเกี่ยวกับการพบปะกันเป็นครั้งแรก ระหว่างแขกชาวต่างประเทศกับชาวเกาหลีผู้เป็นเจ้าภาพ มีหลายเรื่องหลายกรณีด้วยกันที่ควรจะกล่าวถึง เรื่องหนึ่งก็คือ การไปพบควรไปให้ตรงเวลา หรืออาจจะล่าไปบ้างไม่กี่นาทีก็ได้ แต่อย่าไปถึงก่อนเวลา โดยทั่วไป นักธุรกิจชาวเกาหลีจะทำงานเต็มกำหนดตามเวลาทำงานเสมอ การไปถึงก่อนกำหนดจึงเป็นการรบกวนเวลาทำงานของเขา อย่างไรก็ดีแขกไม่ควรจะไปถึงสายกว่า 5 นาที เพราะการไปล่ากว่านั้น เป็นการเริ่มต้นดูหมิ่นความหมายของเจ้าภาพชาวเกาหลี นอกจากนั้น ควรมีนามบัตรติดตัวไปหลายๆ ใบหน่อย เพราะมันจะช่วยสร้างความรู้จักมักคุ้นให้เกิดขึ้น จัดลำดับชื่อให้เหมาะสม และถูกต้องตามพิธีการ สำหรับนามบัตรควรพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษด้านหนึ่ง และเป็นภาษาจีน หรือภาษาเกาหลี (ภาษาฮั่งกุล) บนอีกหน้าหนึ่ง ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้พูดกันเป็นประจำ ในทางธุรกิจของเกาหลี ในขณะที่ภาษาจีนใช้สำหรับสรุปเรื่อง ทำรายงาน หรือเขียนเป็นเอกสารต่างๆ เพราะเป็นภาษาที่มีความหมายแน่นอน และสามารถเจาะจงความหมายที่แตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ในภาษาฮั่งกุลกับภาษาอังกฤษได้ เว้นแต่ผู้ที่สามารถพูดภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่ว การใช้ภาษาอังกฤษเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ไม่ควรใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าภาพชาวเกาหลีที่แขกผู้เข้าพบไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะมิฉะนั้นจะหลายเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นเขาไป แต่การที่แขกชาวต่างประเทศไม่ใช้ภาษาอังกฤษก็เป็นการลดความภาคภูมิของตัวแขกผู้ไปเยือนนั้นด้วยเหมือนกัน ชาวเกาหลีนั้นยึดถือมากเกี่ยวกับลำดับญาติ และลำดับอาวุโส แม้โดยทั่วไปเขาไม่คิดว่าอาคันตุกะชาวตะวันตกจะถือตามระบบอย่างที่ตัวเขา และชาวเกาหลีตลอดจนชาวตะวันออกอื่นๆ เขาถือกัน แต่เขาก็อาจไต่ถามถึงบ้างตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยมิได้มีเจตนาที่จะสอดรู้สอดเห็นในเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด หลักสำคัญที่เขาใช้ในการจำแนกแยกแยะลำดับอาวุโสก็คือ ตำแหน่งงาน ลำดับยศ และอายุ ถ้าหากความสัมพันธ์ใกล้ชิดได้คลี่คลายไปตามหลักเกณฑ์นี้แล้ว เขาก็จะเปลี่ยนไปสู่หลักเกณฑ์อย่างอื่นต่อไป เช่น ระดับของโรงเรียนที่ได้เล่าเรียนมา ปริญญาทางการศึกษาที่ได้รับ หรือระยะเวลาที่สำเร็จการศึกษา เมื่อถึงจุดหนึ่ง ปัญหาเกี่ยวกับลำดับอาวุโสก็จะผ่านพ้นไปได้ แล้วการเจรจาก็จะดำเนินกันต่อไป นักธุรกิจชาวเกาหลีเขาจะใช้ประเพณีโค้งคำนับแก่ผู้ที่มีอาวุโสกว่า เพื่อเป็นการแสดงการต้อนรับ และการแสดงคารวะผู้มีอาวุโสน้อย จะโค้งคำนับก่อน โดยโค้งลำตัวจากสะเอวขึ้นไป ทำมุมจากการยืนตัวตรงโค้งลงมาระหว่าง 30 ถึง 45 องศา ส่วนผู้มีอาวุโสกว่า จะคำนับตอบด้วยการโค้งตัวลงน้อยกว่านิดหน่อย นอกจากนั้น ชาวเกาหลีถือว่าจะเป็นการสุภาพกว่า และแสดงถึงการคารวะกว่าด้วยการส่งของหรือรับของโดยใช้ 2 มือ แทนที่จะใช้มือเดียว ลักษณะแบบเดียวกันนี้ใช้กับการสัมผัสมือด้วย โดยยื่นมือขวาออกไปสัมผัส และกอบมือซ้ายไว้เบื้องล่างแถวๆ ข้อศอกขวา เว้นแต่ชาวเกาหลีที่มีความเป็นกันเองอย่างมากกับผู้ที่เขาต้อนรับ เขาชอบให้แขกเรียกชื่อสกุลของเขา ต่อจากคำนำหน้านามว่า คุณ เช่น คุณชอน บางทีชื่อสกุลของเขาต้องติดตามด้วยอักษรย่อชื่อตัวของเขาอีก 2 ตัว เช่น คุณปัก ดี.เจ. ถ้าเกรงจะเป็นการสับสนว่า ในขณะที่พูดจากันนั้นหมายถึงคุณปักคนไหนแน่ เมื่อนักธุรกิจเกาหลีพร้อมที่จะสัมพันธ์กับแขกของเขา ในลักษณะที่เป็นทางการน้อยลง เขาจะแนะว่า ให้เรียกชื่อสกุลของเขาเฉยๆ ก็ได้ เช่น “คิม” ชาวเกาหลีบางคนที่ได้รับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ มักมีชื่อตัวตามแบบตะวันตก และมักชอบให้เรียกชื่อตัวมากกว่าเรียกชื่อสกุล เนื่องจากชาวเกาหลีบางคนถือว่าชื่อตัวของเขานั้นเป็นเรื่องส่วนตัวมาก การแนะให้เรียกชื่อตัวแบบนั้นจึงต้องรอให้คุ้นเคยกันเสียก่อน ในระหว่างการพบปะกันครั้งแรกนั้น เจ้าภาพชาวเกาหลีมักจัดให้มีสื่อขึ้นมาก่อน โดยหลังจากได้พบและทักทายกันแล้ว ก็มักจะเสิร์ฟน้ำชาหรือกาแฟกันก่อนสักขณะหนึ่ง เมื่อนำน้ำชาหรือกาแฟมาเสิร์ฟแล้ว เจ้าภาพเกาหลีจะเชิญขึ้นก่อนแล้วดื่มกัน ชาวเกาหลีมักจะจิบดื่มไปทีละน้อยอย่างช้าๆ และไม่ค่อยมีการเติมกันอีก ในการพบปะกันครั้งแรก เจ้าภาพชาวเกาหลีอาจเชิญ เพื่อนหรือเพื่อนๆ ร่วมโรงเรียนมาร่วมประชุมพบปะกัน การพบปะกันแบบนี้กินเวลาราวชั่วโมง หรือเกือบชั่วโมง ซึ่งส่วนมากมุ่งอยู่ที่ความสนุกสนาน และปล่อยการเจรจาเรื่องราวทางธุรกิจเอาไว้ในการพบปะครั้งที่ 2 หรือในการพบปะครั้งหลัง ในบางคราวภายหลังจากการติดต่อกันแล้ว ระหว่างแขกชาวต่างประเทศกับเจ้าภาพฝ่ายเกาหลีก็อาจมีโอกาสได้พบปะกับบุคคลบางคนใน วงราชการต่อไปอีกด้วย ในกรณีเช่นนั้นเจ้าภาพเกาหลีจะจัดเวลาอันเหมาะสมว่าควรจะให้พบปะกันเมื่อใด และเขาจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการนัดพบดังกล่าว บางทีแขกต่างประเทศอาจถูกขอร้องให้ทำประวัติย่อของตนเองเอาไว้ล่วงหน้าก่อนการพบปะกัน และเขาจะต้องนำนามบัตรที่เพิ่งพิมพ์ขึ้นมาใหม่ติดตัวไปด้วย เพื่อยื่นแก่ผู้มีอาวุโสที่เขาเพิ่งจะได้พบในตอนแนะนำตัว แบบพิธีในการพบกันนี้ก็เหมือนๆ กับการได้พบกับเจ้าภาพเกาหลีในครั้งแรก จะมีข้อยกเว้นออกไปก็เพียงอย่างสองอย่าง การพบปะกันในครั้งนี้ว่ากันว่าโดยทั่วไป แล้วออกจะมีพิธีรีตองมากกว่า โดยเริ่มพบปะกันตรงตามเวลา และเสร็จสิ้นการพบปะกันตามเวลาที่กำหนดไว้เช่นกัน ตามปกติธรรมดาแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ล่ามบันทึกคำพูดเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานว่า ได้พูดจาอะไรกันบ้าง และเก็บไว้ใช้ประโยชน์เมื่อต้องการ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่อาวุโสจะรู้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดีก็ตาม ในบางครั้งบางคราวเขาอาจพูดด้วยภาษาเกาหลีโดยผ่านล่ามก็ได้ เจ้าหน้าที่อาวุโสโดยมากมักชอบให้เรียกชื่อตำแหน่งกับชื่อสกุลของเขา เช่น ท่านประธานหยู เป็นต้น เขาถือกันว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่อาวุโส เพื่อเป็นการแสดงกิริยาสุภาพ ควรจะนั่งตัวตรงตามสบายโดยรวบเข่าทั้ง 2 เข้าหากัน
[NPC5]การนั่งไขว่ห้าง หรือนั่งตัวงอ ถือกันว่าเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ การแสดงความนับถือใช้การสัมผัสมือกันอย่างธรรมดาๆ ในตอนเริ่มต้น และตอนสิ้นสุดการพบปะกันก็พอ การที่แขกชาวต่างประเทศแสดงความกระตือรือร้นมากเกินไปในการกระชับความสัมพันธ์ตั้งแต่จุดเริ่มแรกของการติดต่อกับเจ้าหน้าที่อาวุโสที่เขาได้พบปะนั้น จะสร้างความสับสนให้แก่เจ้าภาพเกาหลี อาคันตุกะควรเพียงแต่ยื่นนามบัตรตามธรรมดาๆ ก็พอ แล้วมอบความไว้วางใจให้เจ้าภาพเกาหลีเป็นผู้ดำเนินการต่อไป ซึ่งเขาจะใช้เวลาและการพิจารณาตามสมควร ในการกำหนดท่าทีที่จะ สัมพันธ์กับแขกต่างประเทศ โดยใช้ปัจจัยต่างๆ หลายอย่างด้วยกันซึ่งแขกชาวต่างประเทศจะรู้เห็นได้น้อยมาก หรือไม่ก็ถูกควบคุมอย่างมาก เจ้าภาพเกาหลีเป็นบุคคลที่มีความเมตตากรุณา และรู้จักปรับปรุงพลิกแพลงได้ดีที่สุดผู้หนึ่งในโลก และเขามีความภาคภูมิใจตนเองในความฉลาดทางด้านนี้ อาคันตุกะชาวต่างประเทศเพียงแต่ทำใจให้เย็นๆ และรอคอยความเอื้ออารีเท่านั้น เขาก็จะพบกับความสำเร็จในดินแดนอันเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพแห่งนี้

สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องทำงานร่วมกับคนเกาหลี

Post navigation