วัฒนธรรม Flex กับการชอบซื้อของแบรนด์เนมของคนเกาหลี

เครดิตฟรี

ใครที่อยู่เกาหลีหรือเคยมาเที่ยวกันก็คงจะได้เห็นว่าคนเกาหลีส่วนมากมักใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม ซึ่งในตอนนี้คนรุ่นใหม่หลายคนนิยมใส่เสื้อ แบรนด์เนมหรือใช้กระเป๋าแบรนด์เนมกันเป็นอย่างมาก แต่ทราบมั้ยคะว่าพวกเขาไม่เพียงแค่ใช้สิ่งของพวกนี้เท่านั้น แต่มักที่จะอัพโหลดรูปภาพพร้อมกับสินค้าหรูลงบนโซเชียลอีกด้วย เรียกว่ากระแสความคลั่งไคล้ของแบรนด์เนมก็ได้ค่ะ แล้วอะไรคือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังกันนะ? ตามไปดูกันเลย

สล็อต

วัฒนธรรม Flex ในเกาหลี การอวด และรักของแบรนด์เนม?
“Flex” เป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่วัยรุ่นเกาหลี ซึ่งหมายถึง การแสดงการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยด้วยเสื้อผ้าราคาแพง, รถยนต์หรือบ้านเพื่อตอบสนองความต้องการตัวเอง เรื่องนี้กลายเป็นกระแสล่าสุดในเกาหลี ถคงขั้นกับมีโพสต์พร้อมติดแท็ก “Flex” บนโซเชียลมีเดียกันเลยละค่ะ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาซื้อของหรูหราและสินค้าลิมิเต็ดที่หายาก ซึ่งวิดีโอและภาพถ่ายของแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ที่อวดแฟชั่นและความสวยๆงามๆของพวกเขานั้นได้ยอดไลค์เยอะหลายพันเลยทีเดียว ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Lotte คนเกาหลีในวัย 20 ปีซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยประมาณ 44,000 รายการในไตรมาสที่สองของปี 2018 ซึ่งเพิ่มขึ้น 7.3 เท่าจาก 6,000 รายการในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2017 นอกจากนี้ยังมีการสำรวจผู้ซื้อสินค้าแบรนด์เนมอีก 3,322 รายในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาและพบว่า 23.4% ของผู้ตอบแบบสอบถามในวัย 20 ปีเป็นนักศึกษาซึ่งไม่มีรายได้คงที่ใดๆ ประมาณ 43% เป็นพนักงานออฟฟิศ ด้วยเหตุนี้จึงเห็นได้ว่าการเติบโตของตลาดสินค้าแบรนด์เนมส่วนใหญ่มาจากกลุ่มคนอายุ 20 ถึง 30 ปี จากข้อมูลที่เปิดเผยโดยห้างสรรพสินค้า Shinsegae ในเดือนพฤศจิกายน 2019 ยอดขายสินค้าหรูหราเพิ่มขึ้น 31.6% จากเดือนมกราคมถึงตุลาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือยที่ผู้บริโภคซื้อในช่วงอายุ 20 ปีพุ่งสูงขึ้น 84.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ทำไมหนุ่มสาวเกาหลีจึงใฝ่หาวัฒนธรรม Flex?
คิม นักศึกษาวิทยาลัยอายุ 23 ปีที่ใช้เงินแค่ 700 วอน กับคิมบับแฮมและทูน่ามายองเนสซึ่งเป็นอาหารราคาถูกที่หาซื้อได้ตาม ร้านสะดวกซื้อเพื่อเป็นมื้อกลางวันของเขา และนี่ยังเป็นอาหารกลางวันที่กินเกือบทุกวัน แต่อย่างไรก็ตามคิมก็ไม่ลังเลที่จะทุ่มเงินกว่า 1 ล้านวอนเพื่อซื้อสนีคเกอร์ Off-White คิมเป็นเพียงหนึ่งในมิลเลนเนียลหลายๆคนในเกาหลีที่มักจะใช้จ่ายแบบสุดๆ ผู้บริโภควัยรุ่นในเกาหลีทุกวันนี้เต็มใจที่จะจับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะอยู่ในสภาพเศรษฐกิจที่ติดลบก็ตาม ความนิยมของแบรนด์ของวัยรุ่นเกาหลีสามารถเห็นได้จากทั้ง Louis Vuitton และ Chanel ที่ขึ้นราคาในเดือนพฤษภาคม แต่คนเกาหลีก็ยังแห่กันไปซื้อก่อนที่จะขึ้นราคา ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หน้าช้อป Dior ในโซลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมเมื่อมีการประกาศว่าแบรนด์จะขึ้นราคา 12-15% ซึ่งมีจำนวนลูกค้ามากกว่าปกติถึง 3-4 เท่า แม้ว่าตอนนั้นเกาหลีจะยังคงต้องดิ้นรนกับโควิดอยู่ก็ตาม Cavallo ผู้จัดการ TOD’S ในเกาหลี กล่าวว่าเกาหลีนั้นเป็น “ตลาดในฝัน” และเสริมว่า “ความประทับใจของฉันต่อตลาดที่นี่มันไม่น่าเชื่อจริงๆ ทุกคนที่เดินออกจากร้านดูตื่นเต้นมากหลังจากที่ได้ซื้อกระเป๋าและรองเท้า ในขณะที่คนอิตาลีไม่ได้อยากได้ของแบรนด์เนมอะไรขนาดนั้น”

สล็อตออนไลน์

แต่คนเกาหลีดูเหมือนจะต้องการเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมเพียงไม่กี่ชิ้น พวกเขาเชื่อว่าแบรนด์ช่วยให้พวกเขาโดดเด่นและมีตำแหน่งที่สูงขึ้นในสังคมเกาหลีที่มีความเป็นวัตถุนิยม คนเกาหลีเชื่อว่าต้องมีเสื้อผ้า กระเป๋าและรองเท้าอย่างน้อย 1 อย่างติดบ้านไว้ใช้ในโอกาสสำคัญ การสำรวจล่าสุดพบว่าหนึ่งในสองคนในช่วงอายุ 20 และ 30 ปีมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับ “ Flex” ซึ่งเป็นรูปแบบการบริโภคที่การอวดว่าฉันน่ะใช้เงินไปกับของแพงๆ และจากการสำรวจคนเกาหลี 3,064 คนในช่วงอายุ 20 และ 30 ปีซึ่งจัดทำโดย Saramin แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ ผลออกมาว่า กว่า 52.1% มีความเห็นในเชิงบวกเกี่ยวกับการใช้จ่ายแบบ Flex มีเพียง 1,467 คนเท่านั้นที่แสดงความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับการบริโภคแบบนี้ เหตุผลที่พวกเขาชอบ Flex นั้น 52.6% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่า “เพราะความพึงพอใจในตนเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญ” เหตุผลสำคัญอื่นๆ เช่น “ เพราะเวลาที่จะเพลิดเพลินกับความหรูหราราคาแพงนั้นมีจำกัด (43.2%)” “เพราะ Flex สามารถคลายความเครียดได้ (34.8%)” และ 32.2% คิดว่า “เพราะ Flex เป็นเรื่องของการมีความสุขกับชีวิต” มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม 54.5% กล่าวว่าพวกเขาต้องการใช้จ่ายกับการบริโภคแบบ Flex มากขึ้นในอนาคต และพวกเขาเลือก “แบรนด์เนมราคาสูง” ซึ่งคิดเป็น 40.8% ส่วน 36.7% อยาก “เที่ยวทั่วโลก”, 27% อยาก “กินอาหารอร่อยๆ, 24.6% อยาก “ซื้อรถ”, 23.2% อยากมี “อสังหาริมทรัพย์ เช่นบ้านและที่ดิน” และ 21.6% อยากจะใช้จ่ายกับ “เครื่องใช้ไฟฟ้า” จากการสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 8.4 ล้านวอนต่อปีไปกับสินค้าฟุ่มเฟือย สำหรับความถี่ในการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย 25.6% บอกว่าปีละครั้ง และการใช้จ่ายส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับเงินเดือน (70%) ผลการสำรวจของ Lotte Members ยังพบว่าไลฟ์สไตล์ที่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลางของผู้บริโภควัยหนุ่มสาวนั้นช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดสินค้าหรูหรา โดย 71.6% ของผู้ตอบแบบสอบถามในวัย 20 ปีกล่าวว่าที่คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต

jumboslot

Flex ส่งผลเสียอะไรต่อสังคมเกาหลี?
Shinn จาก Primetime ใน tbs eFM ได้แบ่งปันความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมจากความหลงใหลในสินค้าฟุ่มเฟือยของเกาหลีว่า หลังจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเกาหลี และการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังสงครามเกาหลี ชนชั้นสูงมีความพยายามที่ จะสร้างความแตกต่างจากชนชั้นล่างโดยการซื้อสินค้าราคาแพงจากประเทศฝั่งตะวันตก ซึ่งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาความต้องการความหรูหรานี้มีส่วนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การบูลลี่ในโรงเรียนหรือการกดดันให้แลกเปลี่ยนของขวัญสุดหรูมูลค่าหลายหมื่นดอลลาร์ระหว่างคู่แต่งงาน จะเห็นได้ว่าพ่อแม่ชาวเกาหลีหลายคนต้องพยายามซื้อกระเป๋าราคาแพงหรือเสื้อแบรนด์เนมให้ลูกๆ เพื่อที่เวลาไปโรงเรียนลูกๆจะไม่ถูกเพื่อนๆล้อเลียน และถูกเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ยอมสละความต้องการพื้นฐานอื่นๆเพื่อลงทุนในแบรนด์เนมและเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างแรงกดดันทางการเงินเท่านั้นแต่ส่งผลเสียต่อการใช้จ่ายของวัยรุ่นอีกด้วย
อีอึนฮี อาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ผู้บริโภคแห่งมหาวิทยาลัยอินฮาอธิบายว่า พื้นฐานของปรากฏการณ์นี้คือความต้องการที่จะแสดงออกเกี่ยวกับตัวเองและมีแรงกดดันจากเพื่อน “สำหรับวัยรุ่นการโพสต์วิดีโอหรือ รูปถ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นเพียงวิธีการแสดงให้เห็นว่าคุณทำได้ดีกว่าคนอื่นๆ โดยการอวดสินค้าราคาแพงที่เพื่อนของคุณไม่มี วัยรุ่นคนอื่นๆก็ได้รับอิทธิพลจากโพสต์บนโซเชียลมีเดียและรู้สึกว่าพวกเขาก็ต้องทำเช่นกันเพื่อให้รู้สึกเท่าเทียมกับเพื่อนของเขา” แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาใช้จ่ายเกินงบประมาณซึ่งอาจนำไปสู่ พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดีในอนาคต การให้ความรู้เกี่ยวกับการตัดสินใจซื้อของอย่างสมเหตุสมผลในโรงเรียนหรือการแคมเปญเป็นเรื่องสำคัญ” หากมีฐานะทางการเงินที่ดีก็เป็นเรื่องปกติที่จะใช้ของแบรนด์ แต่ถ้าไม่สามารถจ่ายได้ไหวก็ไม่ควร การติดแบรนด์ก็เป็นปัญหาและคนเกาหลีจำนวนมากกำลังประสบปัญหานั้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งกระเป๋าราคาแพงไม่ได้เป็นการช่วยทำให้คนแพงขึ้นแต่อย่างใดเลย

slot

ส่วนต่อเติมที่นิยมสำหรับอาคารต่าง ๆ คือที่จอดรถ แม้จะเป็นเพียงการต่อเติมที่ดูเล็กน้อย แต่ก็อาจเป็นปัญหาหนักใจสำหรับหลาย ๆ คน เพราะมักเป็นงานขนาดเล็กที่หาผู้ออกแบบ และผู้รับเหมายาก ในขณะเดียวกันก็ใหญ่เกินกว่า จะลงมือก่อสร้างด้วยตนเอง นอกจากนี้การก่อสร้างหน้างานยังอาจสร้างความเลอะเทอะวุ่นวายให้กับส่วนอื่นได้ เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบที่จอดรถโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปขึ้น เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ซึ่งสามารถจอดรถได้ตั้งแต่ 1-2 คัน สำหรับที่พักอาศัย จนไปถึงลานจอดรถขนาดใหญ่สำหรับอาคารพาณิชย์
Cr.https://www.creatrip.com/th/blog/8978

วัฒนธรรม Flex กับการชอบซื้อของแบรนด์เนมของคนเกาหลี

Post navigation