วัฒนธรรมการแต่งงานแบบดั้งเดิมของเกาหลี

เครดิตฟรี

เมื่อนึกถึงงานแต่งงานของเกาหลีเพื่อนๆอาจจะนึกถึงงานแต่งงานโรแมนติกสไตล์ตะวันตกในซีรี่ส์เกาหลีกันใช่มั้ยคะ แต่นอกจากงานแต่งงานแบบตะวันตกแล้วยังมีงานแต่งงานแบบเกาหลีดั้งเดิมอีกด้วยค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูวัฒนธรรมที่น่าสนใจในงานแต่งงานแบบดั้งเดิมของเกาหลีกันค่ะ

สล็อต

วัฒนธรรมการแต่งงานแบบดั้งเดิมของเกาหลี

  1. ดวงสมพงษ์
    เทียบกับการแต่งงานในสมัยใหม่ที่ชายหญิงมีอิสระที่จะรักกันและตัดสินใจแต่งงานกัน ในอดีต ความรักระหว่างชายหญิงไม่ได้เป็นไปอย่างอิสระค่ะ ส่วนใหญ่เป็นการคลุมถุงชนและยังมีการดูเรื่องดวงสมพงษ์ (궁합) อีกด้วยค่ะ แม้ว่าจะเป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของยุคเก่า แต่ก็ยังมีคนแก่เชื่อกันอยู่ ในอดีตหากครอบครัวไม่เห็นด้วยกับการจับคู่ พวกเขาก็จะใช้เหตุผลว่าดวงไม่สมพงษ์กันในการปฏิเสธการเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียหน้าค่ะ
  2. พิธีเฉลิมฉลอง
    เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะมีงานที่คล้ายการเฉลิมฉลองขึ้น อันดับแรกเจ้าบ่าวจะส่ง “หีบ (함)” ที่เรียกว่า “ของกำนัล (납폐)” ไปที่บ้านของเจ้าสาวก่อนงานแต่งงาน ในสมัยก่อนของกำนัลจะส่งไปก่อนวันแต่งงาน แต่ในปัจจุบันจะเตรียมการไว้ก่อนประมาณหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งนอกจากจะเป็นส่วนสำคัญของงานแต่งแบบดั้งเดิมแล้ว ยังเป็นการสื่อถึงอนาคตอันสวยงามของคู่บ่าวสาวอีกด้วย และห้ามวางไว้บนพื้นดินจนกว่าจะเข้าบ้านเจ้าสาวค่ะ และผู้มีบทบาทสำคัญในการส่ง “หีบ” ที่ว่านี้ก็คือผู้ชายที่ให้กำเนิดลูกชาย มีชีวิตแต่งงานที่มีความสุข และบุคลิกดี เขาจะถือหีบและตะโกนไปตามถนนว่า “ช่วยซื้อหีบด้วยครับ (함사세요)” เพื่อทำให้คนทั้งหมู่บ้านก็รู้ว่ากำลังมีงานมงคล เมื่อไปถึงบ้านของผู้หญิง ฝ่ายเจ้าสาวจะต้องเตรียมของขวัญ เช่น ไวน์, กระเป๋าเงิน ฯลฯ เพื่อนเจ้าบ่าวก็จะทำการต่อรอง และหลังจากนั้นก็มอบของขวัญให้อีกฝ่าย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายตกลงกันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแต่งงาน นอกจากกระดาษสำหรับงานแต่งงานแล้ว ก็ยังมีผ้าไหมและผ้าซาตินซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานระหว่างหยินและหยาง, ชุดแต่งงาน(ฮันบก), อัญมณี, ถุงข้าว 5 ใบและจดหมายจากพ่อเจ้าบ่าวถึงพ่อเจ้าสาวว่า “ฉันจะดูแลลูกสาวของคุณเป็นอย่างดี ขอบคุณที่ให้เธอแต่งงานกับลูกชายของฉันที่ยังบกพร่อง”
    ในถุงข้าวห้าใบจะประกอบไปด้วย ข้าวเหนียว (แก่เฒ่าไปด้วยกัน), ถั่วแดง (ป้องกันภูตผีปีศาจ), ถั่วเหลือง (ความอ่อนโยนของลูกสะใภ้), สนแก่ (ความโชคดีในอนาคต) และเมล็ดฝ้าย (ความเจริญรุ่งเรืองของลูกหลานในอนาคต)
  3. ขั้นตอนพิธีแต่งงาน
    งานแต่งงานตามประเพณีในยุคแรกๆนั้นไม่มีเจ้าภาพค่ะ โดยปกติแล้วเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะยืนอยู่ที่โต๊ะแบบเขินๆ โค้งและดื่มให้กัน และตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีงานแต่งแบบตะวันตกเข้ามา และมีการผสมผสานกับงานแต่งงานแบบดั้งเดิมเข้าด้วยกัน งานแต่งงานแบบดั้งเดิมในปัจจุบันก็จะมีเจ้าภาพเช่นกันค่ะ พิธีแต่งงานดั้งเดิมในสมัยนี้จะเสร็จในหนึ่งวันจากที่เมื่อก่อนจะมีขั้นตอนอย่างการพูดคุย (แม่สื่อ), เงิน (สินสอด) และงานแต่งงาน (งานแต่งงาน) แม้ว่าประเพณีหลายอย่างจะได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจากภาคกลาง แต่ก็ยังคงมีขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์กันอยู่ ลักษณะของพิธีที่เด่นชัดที่สุดไม่เพียงแต่การแสดงถึงอำนาจของพ่อเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงอำนาจของแม่อีกด้วยค่ะ
    ตัวอย่างเช่นเมื่อเจ้าบ่าวเดินเข้าไปในบ้านของเจ้าสาว เขาจะนำนกห่านไม้มาให้และแสดงความเคารพ
    หลังจากนั้นแม่ของเจ้าสาวจะนำห่านไม้ไปโยนในห้องของเจ้าสาว ถ้าห่านไม้ล้มลูกคนแรกจะเป็นลูกสาว แต่ถ้าห่านไม้ตั้งก็จะเป็นลูกชาย นอกจากนี้ห่านป่าและนกยังเป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีระหว่างคนสองคนด้วยค่ะ จากนั้นเมื่อคู่บ่าวสาวโค้งให้กัน ก็จะไปที่โต๊ะอาหารซึ่งมีสิ่งของต่างๆวางไว้อยู่ตรงกลางและแต่ละอย่างมีความหมายต่างกันออกไป เช่น ไก่ตัวเมียหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ไก่ตัวผู้หมายถึงความมุ่งมั่นที่จะเลี้ยงดูภรรยา, ลูกและขับไล่ศัตรูออกไป นอกจากนี้ยังมีพืชและผลไม้อีกหลายอย่างเช่น เกาลัด, ต้นสน, ไผ่, ลูกพีช และอื่นๆ ที่สื่อถึงศีลธรรม, ไม่แก่เฒ่า, มีบุตรมากหรือขับไล่วิญญาณชั่วร้ายออกไปออกไปค่ะ
  4. หลังพิธีแต่งงาน
    สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือหลังแต่งงาน เจ้าบ่าวจะทักทายญาติของเจ้าสาวและญาติๆก็จะตบเท้าเจ้าบ่าว

ประเพณีนี้จะยังคงพบเห็นได้ในงานแต่งแบบดั้งเดิมในปัจจุบัน ซึ่งมองว่าการตบเท้าคือการทำเพื่อไม่ให้เจ้าบ่าวทอดทิ้งเจ้าสาว อีกความเห็นนึงคือการป้องกันไม่ให้เจ้าบ่าวรู้สึกไม่สบายตัวในห้องเจ้าสาวและเกิดอุบัติเหตุจึงตบเท้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แน่นอนว่าขั้นตอนนี้จะทำให้บรรยากาศสนุกขึ้นและยังช่วยให้เกิดความใกล้ชิดกันระหว่างเจ้าบ่าวและครอบครัวของเจ้าสาวค่ะ
เมื่อคู่บ่าวสาวเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านผู้หญิง จะมีพิธีพเยแบ็ค (폐백) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เจ้าสาวทักทายพ่อแม่และญาติของเจ้าบ่าว แต่โดยหลักการแล้วขั้นตอนนี้ทำเพื่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งแม่เจ้าบ่าวจะถือพุทราและเกาลัดโยนลงบนริบบิ้นผ้าซาตินที่ทั้งคู่ถือไว้เพื่อเป็นพรให้มีลูกหลายๆคน แต่ความจริงแล้วมีคำใบ้ที่แอบน่ากลัวอยู่เบื้องหลังค่ะ โดย “พุทรา” หมายถึง “แต่เช้า, แต่เนิ่น” และ “เกาลัด” หมายถึง “กลางคืน” ดังนั้นการที่แม่เจ้าบ่าวขว้างพุทราและเกาลัดใส่ลูกสะใภ้มีความหมายเป็นนัยว่าเธอต้องตื่นเช้าเพื่อทำงานจนถึงดึกค่ะ แต่โชคดีที่วัฒนธรรมแบบนี้ทำเป็นแค่สัญลักษณ์เฉยๆในปัจจุบันค่ะ

  1. การแต่งหน้าของเจ้าสาว
    ในซีรีส์เกาหลีเรามักจะเห็นเจ้าสาวในงานแต่งงานมีจุดสองจุดบนใบหน้า วิธีการแต่งหน้านี้เรียกว่า “ยอนจี-กนจี” (연지곤지) ซึ่งมาจากการแต่งหน้าดอกไม้ของจีนโบราณและพัฒนามาใช้ในงานแต่งแบบดั้งเดิมของเกาหลี ผู้หญิงจะวาดจุดสีแดงบนใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณชั่วร้ายที่เกลียดสีแดงหรือผีบริสุทธิ์ที่ยังไม่แต่งงานเข้ามาใกล้ได้

สล็อตออนไลน์

ชาวเกาหลีถือว่าการสมรสนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต และการหย่าร้างถือว่าเป็นความตกต่ำเสียชื่อเสียงไม่เพียงแต่สำหรับคู่สมรสเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม อัตราหย่าร้างในปัจจุบันก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเร็วพอควรการประกอบพิธีสมรสในปัจจุบันแตกต่างไปจากในสมัยโบราณ นั่นคือในปัจจุบันนี้พิธีจะเริ่มด้วยแบบทางตะวันตก นั่นคือมีการสวมชุดวิวาห์สีขาวสำหรับเจ้าสาวและทัคซีโดสำหรับเจ้าบ่าว โดยประกอบพิธีในห้องจัดพิธีวิวาห์ หรือในโบสถ์ ต่อมาช่วงบ่ายจะมีพิธีแบบ ดั้งเดิมในสถานที่ใหม่ด้วยชุดวิวาห์ที่มีสีสันงดงาม พิธีแต่งงานแบบเกาหลี คือ โดยเจ้าสาวและเจ้าบ่าวนั้น จะสวมชุดแต่งงานแบบ ชุดฮันบก ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของคนเกาหลี โดย ชุดฮันบก นั้น ก็จะมีหลากหลายแบบให้เลือก แต่ในสมัยก่อนนั้น การจะสวมใส่ ชุดฮันบก ในพิธีแต่งงานแบบเกาหลีนั้นแต่ละแบบที่ใส่จะขึ้นอยู่กับ ชนชั้น และศักดินา ตามแต่ยุคสมัยนั้น ๆ พิธีแต่งงานแบบเกาหลี น่ารัก
ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะทำการคำนับกันหลังจากนั้นก็มีการรินน้ำชาให้กันและกัน และดื่มโดยจะคองแขนกันจากนั้นก็ป้อนขนมซึ่งกันและกัน และ่ต่อจากนั้นก็จะมีการละเล่นโดยการคาบผลไม้แห้งชนิดหนึ่งของเกาหลีและกินโดยปากต่อปากโดยฝ่ายเจ้าสาว จะเป็นคนคาบขนมชิ้นนั้นไว้ และต่อจากนั้นเจ้าบ่าวต้องให้เจ้าสาวขี่คอหรือขี่หลังและพาเดินไปหนึ่งรอบ หลังจากนั้นก็ทำการคำนับกันอีกหนึ่งครั้งเจ้าบ่าวให้ของแทนใจ
พิธีคู่บ่าวสาวเสร็จตาด้วยการคำนับญาติผู้ใหญ่ และรินน้ำชาโดยฝ่ายเจ้าบ่าวต้องเป็นคนรินน้ำชาส่วนเจ้าสาวต้องเป็นคนถือแก้ว แล้วจะมีคนคอยส่งแก้วที่รินแล้วให้กับญาติผู้ใหญ่ดื่มแล้วท่านก็จะให้พรหลังจากนั้น จะมีการโดนสิ่งของลงผ้าและให้คู่บ่าวสาวถือผ้าไว้และรับให้ได้หลังจากเสร็จพิธีจะมีการถ่ายรูปกัน เป็นอันเสร็จสิ้น
ธรรมเนียมการแต่งงานของคนเกาหลีไม่มีการให้สินสอดทองหมั้นใดๆทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเมื่อทั้งคู่ตกลงที่จะแต่งงานกันฝ่ายชายจะให้พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ฝ่ายชาย มาสู่ขอฝ่ายหญิงและตกลงเรื่องการจัดงานแต่งงานและตกลงเรื่องบ้าน
ฝ่ายชาย ต้องเป็นฝ่ายซื้อบ้านขนาดใหญ่แค่ไหนขึ้นอยู่กับการตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ส่วนฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องครัว เครื่องใช้เข้าบ้าน
ก่อนวันแต่งงาน เจ้าบ่าว เจ้าสาว จะยุ่งมาก ทั้งเสริมสวย เสริมหล่อ ตัดชุด เชิญแขก บลาๆ บลาๆ ส่วนราคา ถ่ายพรีเวดดิ้ง แพงกว่าบ้านเราเยอะ ไม่แน่ใจว่า 1เท่า หรือ 2เท่า

jumboslot

ผู้ชายต้องซื้อบ้าน ซึ่งบ้านเกาหลีแพงมหาโหดมาก เดี๋ยวนี้ก็ 10 ล้านขึ้น ยิ่งในเมืองยิ่งแพงหูดับตับไหม้บอกเลย พอๆกับฮ่องกงเลยแระค่ะ แถมเป็นบ้านลอยฟ้าด้วยนะ เปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆ ราคาบ้านถูกๆของที่นี่ สามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ เนื้อที่เยอะๆที่ไทย สบายๆ เป็นอะไรที่ค่อนข้างหนักมากสำหรับผู้ชายเกาหลี บางคนทั้งชีวิตยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง จะต้องเช่าบ้านอาพาททืออยู่ ( บ้านในที่นี้ของเกาหลีคือคอนโดลอยฟ้า จะกี่ห้อง ก็ตามราคา) เราถึงจะเห็นมีการย้ายบ้านทุกๆ 2 ปี เพราะเกาหลีสัญญาเช่าจะ 2 ปี ต่อ จึงเห็นคนย้ายบ้านกันบ่อยๆค่ะ
ผู้ชายซื้อบ้านแล้ว ถึงคราวที่ผู้หญิงต้องเป็นฝ่าย ซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านทั้งหมดทุกชิ้นนะจ๊ะ ที่ใช้ในบ้าน เพราะผู้ชายซื้อบ้าน ก็จะมาโล่งๆเลยนะ ไม่มีไรเลย และจะบอกว่าเฟอร์ตกแต่ง เครื่องใช้ทุกชิ้นที่เกาหลีก็แพงมากๆ ไม่เหมือนไทยเรานะ พวกทีวี ตู้เย็น เครื้องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องดูดฝุ่น หม้อหุงข้าวไรก็ว่ากันไปเป็นต้น ที่ถูกที่มาดามเห็นนะ ที่เห็นคือวอลเปเปอร์ ถูกกว่าไทยมาก อาจคนติดกันเป็นเรื่องปกติมั๊ง เลยถูก สินสอด เกาหลีจะไม่มีการให้สินสอดฝ่ายหญิงนะคะ เรื่องนี้มีคนมาถามเยอะมากๆ ทะเลาะกันไปหลายคู่แล้วค่ะ เลิกกันไปก็มีคุณต้องคุยกันให้รู้เรื่องนะ บางทีตกลงกันจะแต่งงานกันแล้ว พอมาคุยเรื่องสินสอด เลิกกันก็มี ฉะนั้นอยู่ที่ผชเรานะ ต้องคุยและอธิบายธรรมเนียมไทยให้เค้าฟัง บางคนก็ฟัง บางคนก็ไม่ฟังนะ ถ้าเจอผู้ชายเคยทำงานเมืองนอก เรียนเมืองนอก ก็จะเข้าใจธรรมเนียมไทยงง่ายหน่อย แล้วแต่ดวงเลยนะ แต่ที่แน่ๆธรรมเนียมบ้านเค้าไม่มีให้ เค้าเลยไม่เข้าใจธรรมเนียมไทย เพราะเค้าคิดว่าเหมือนขายลูกกินงี้ แหวนแต่งงานต้องต่างคนต่างซื้อให้กัน แลกกัน ผู้หญิงต้องซื้อของขวัญให้ญาติของฝ่ายชาย และของที่ซื้อนี่จริงจังนะคะ คือแพงพอๆกับสินสอดของหมั้นเลยก็มีแระ และต้องตามฐานะด้วย ไม่ใช่ของชำร่วยแบบไทยเรานะ ค่าจัดงานแต่งงาน ที่ไทยเราฝ่ายชายต้องเป็นคนจัดการให้หมด แต่ไม่ใช่เกาหลี ค่าจัดงานต้องออกคนละครึ่งนะจะบอกให้ หารอเมริกันแชร์เลยค่ะทั้งชาย-หญิง
[NPC5]การจัดงานแต่งที่เกาหลี ไม่ได้จัดตามโรงแรมแบบบ้านเรานะ ที่นี้เค้าจะมีห้องจัดงานแต่ง weding hall โดยเฉพาะ เป็นโถง เวทีสำหรับงานแต่งงานโดยตรง และการจัดงานทุกอย่างจ้างออเกไนท์ เป็นแพคเกตหมดเลย ครบวงจร จ่ายเงินอย่างเดียว รอเดินควงขึ้นเวทีอย่างเดียวจบ ตามงบ แต่ก็แพงมากอยู่เช่นกัน งานเค้าจะเน้น เรียบ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ทั้งคนจัดงาน และแขกที่มา ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชม ในการจัดงานแต่งต่อคู่ เพราะจะมีคู่อื่นมาแต่งต่อจากคู่นั้นๆด้วยค่ะ และแขกที่มาก็รีบมารีบกลับเช่นกัน แถมเค้าแต่งตัวกันไม่เวอร์วังแบบไทยด้วยค่ะ เน้นง่ายๆเป็นหลัก ไทยเราจะไปงานทั้งที วุ่นหาชุด จนบางคนไม่มี ก็เลยไม่ไปเลยก็มีค่ะ

วัฒนธรรมการแต่งงานแบบดั้งเดิมของเกาหลี

Post navigation