ประเด็นการฆ่าตัวตายของคนเกาหลี

เครดิตฟรี

จากสถิติในปี 2018 การฆ่าตัวตายถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของสาเหตุการตายของคนเกาหลี รองลงมาจากโรคมะเร็ง, โรคหัวใจ, โรคปอดบวมและโรคหลอดเลือดสมอง ตามลำดับ หากจัดลำดับจากอายุพบว่า ช่วงวัย 10, 20 และ 30 ปีมีอันตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุด ตามมาด้วยวัย 40 และ 50 ปี ทำให้เห็นว่านี่เป็นปัญหาที่ร้ายแรงของสังคมเกาหลีและต้องได้รับการแก้ไข การจัดอันดับของ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ) พบว่าประเทศเกาหลีนั้นถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 1 แม้ว่าอัตราการฆ่าตัวตายนี้จะลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2013 แต่ในปี 2018 กลับมีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง คนเกาหลีมีความเครียดและความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้น หรือปัญหานี้ไม่เคยได้รับการแก้ไข? ศิลปินดังหลายคนก็ตัดสินใจที่จะจบชีวิตของตัวเองลงในปีที่ผ่านๆมา ทำให้รู้ว่าภายใต้รอยยิ้มที่สดใสของพวกเขา แท้จริงแล้วมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ ซึ่งทุกคนควรตระหนักและให้ความสนใจ

สล็อต

ข่าวที่น่าเศร้าของวงการบันเทิงเกาหลี จองมีซอน, จงฮยอน (SHINee), ชเวจินชิล, U;Nee, จองดาบิน, จางจายอนและอีกมากมายตัดสินใจจบชีวิตลงเพื่อจบปัญหาโรคซึมเศร้าของพวกเขา แม้ว่าจะได้รับการบำบัดและทานยา พร้อมออกมาประกาศเกี่ยวกับโรคนี้แล้วก็ตาม แต่ทำไม? ไม่เพียงแค่การทำงานเท่านั้นที่สร้างความกดดันให้กับพวกเขา แต่คอมเมนท์และรีวิวที่ไม่ดี, ข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีความเครียด, ความกดดันและความเจ็บปวดภายในจิตใจ ภายใต้รอยยิ้ม, การสร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กลับผู้อื่น กลับมีความทุกข์ซ่อนอยู่ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับศิลปินเท่านั้น แต่คนธรรมดาทั่วไปก็เผชิญหน้ากับโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน ฉะนั้นทางที่ดีควรที่จะให้ความสนใจ, สังเกตุและดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด การพูดด้านลบไม่ทำให้อะไรดีขึ้น แต่ในทางกลับกันการพูดในสิ่งที่ดี, ให้การดูแลและใส่ใจ พร้อมกับบอกพวกเขาเหล่านั้นว่ายังมีเราอยู่ข้างๆ จะทำให้ความรู้สึกของพวกเขาดีขึ้นอย่างแน่นอน และอีกสิ่งสำคัญคือคอมเมนท์ที่รุนแรงบนอินเตอร์เนต เนื่องจากคำพูดที่ใครสามาถพิมพ์ลงไปก็ได้โดยที่อาจจะมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริง แต่กลับถูกแชร์และเผยแพร่ออกไปจำนวนมาก สามารถที่จะสร้างความเจ็บปวดที่ร้ายแรงให้กับคนอื่นได้ ทางที่ดีการกระทำแบบนี้ควรหยุดลงและหันมาคอมเมนท์ในสิ่งที่ดีและสิ่งที่เป็นความจริงเพื่อลดปัญหานี้ลงคงเป็นการดี

สล็อตออนไลน์

ายงานจับกระแสทางสังคมของเกาหลีใต้ที่น่าวิตก เมื่อสถิติหญิงสาวชาวเกาหลีใต้ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มหญิงสาวช่วงวัย 20 ปีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 สวนทางกับสถิติของผู้ชายที่ลดลง คาดว่าสถานการณ์โควิดทำให้ปัญหาที่สาวเกาหลีเผชิญอยู่หนักหนายิ่งขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีปัจจัยอื่นๆ ที่นำไปสู่การฆ่าตัวตายจากงานร่วมด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ ระบุว่า อัตราการฆ่าตัวตายในเกาหลีใต้มากเป็นสองเท่าของตัวเลขเฉลี่ยในกลุ่มประเทศโออีซีดีหรือประเทศที่พัฒนาแล้ว และการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุหลักในการเสียชีวิตของชาวเกาหลีใต้ในช่วงอายุวัยรุ่น ช่วงวัย 20 ปีและ 30 ปี ตามสถิติในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 หญิงชาวเกาหลีใต้ปลิดชีวิตตนเองจำนวน 1,924 คน เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยิ่งในกลุ่มหญิงสาวในช่วงวัย 20 ปีมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 ในจำนวนนี้มี 296 คนฆ่าตัวตายในช่วงเวลาเดียวกัน ผิดกับผู้ชายที่สถิติลดลงในทุกเดือนตั้งแต่เดือนมิ.ย.ไปจนถึงเดือนก.ย.ปี 2563 คดีฆ่าตัวตายในกรุงโซลที่โด่งดังปรากฏในสื่อในเดือนพ.ย.หญิงสาววัย 27 ปี ถูกเลิกจ้างเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดและหญิงสาวอีก 3 คนที่อยู่ในวัย 20 ปีถูกพบหมดสติอยู่ที่เนินเขา สภาพการณ์ชัดว่านัดกันทางแชตออนไลน์เพื่อฆ่าตัวตายหมู่ ปัญหาการฆ่าตัวตายในหมู่หญิงสาวช่วงวัย 20 ปีรุนแรงจนทำให้ขณะนี้รัฐบาลเกาหลีใต้จัดให้หญิงสาวในช่วงวัย 20 และ 30 ปีเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายอย่างเป็นทางการ อีกทั้งเมื่อปีที่แล้วรัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งคณะกรรมาธิการด้านนโยบายป้องกันการฆ่าตัวตายโดยมีนายชุง เซกยุน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้เป็นหัวหน้าและมีผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงความเท่าเทียมทางเพศ และครอบครัว กระทรวงสุขภาพและศึกษาร่วมด้วย แม้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากระบุว่าโควิดเป็นสาเหตุรวมถึงการตกงานที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดนั้นสร้างความกดดันถาโถมต่อคนหนุ่มสาว แต่ที่ผู้เชี่ยวชาญอีกกลุ่มระบุว่าปัญหาที่หนุ่มสาวเกาหลีใต้เผชิญ และโดยเฉพาะหญิงสาวนั้นซับซ้อนมากกว่า นายชุง นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ระบุว่า ยากที่จะบอกว่าโควิดส่งผลเสียอะไรบ้างต่อประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอยู่ก่อนแล้ว และตั้งข้อสังเกตว่าอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นในรอบหลายสิบปี ซึ่งอยู่ในอัตราสูงเหมือนกับหลังวิกฤตการเงินเอเชียระหว่างปี 2540-2541 และวิกฤตการเงินภายในประเทศในปี 2556 จากผลการสำรวจในสัปดาห์นี้พบว่าวัยหนุ่มสาว 1 ใน 4 คนคิดฆ่าตัวตายอย่างน้อยหนึ่งครั้งนับตั้งแต่โรคโควิดระบาด ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากกว่า 10 เท่าของเมื่อสองปีที่แล้ว นายนัม แจอุก นักวิจัยจากสถาบันเกาหลีเพื่อการศึกษาและผึกอบรมช่วงฤดูร้อน ระบุว่าอยู่ในระดับอันตราย และว่าปัญหาสุขภาพจิตในหมู่คนหนุ่มสาวเป็นปัญหาที่ต้องการความเอาใจใส่จากสาธารณะท่ามกลางโรคระบาดของโควิด-19 ผู้เชี่ยวชาญอีกรายระบุว่าคนหนุ่มสาวเป็นกลุ่มเปราะบางมากกว่าต่อการหั่นตำแหน่งงานในหลายอุตสาหกรรมที่เน้นการบริการและจ้างงานพาร์ตไทม์ รวมถึงวิถีชีวิตหรือการเข้าสังคมของผู้หญิงได้รับผลกระทบจากมาตรการเว้นระยะห่างและล็อกดาวน์ ผู้หญิงอาจได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ชายเพราะผู้หญิงมีแนวโน้มมากกว่าที่จะทำงานพาร์ตไทม์ในโรงแรม ค้าปลีก อาหารและการบริการอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างหนักหน่วง อีกทั้งผู้หญิงจำนวนมากยังแบกภาระเดิมในบ้าน ขณะเดียวกันคำสั่งให้อยู่ที่บ้านกลายเป็นว่าแม่บ้านจำนวนหนึ่งตกอยู่ในสภาพเหมือนอยู่ในคุกกับสามีที่ชอบใช้กำลัง สาเหตุการฆ่าตัวตายที่เหนือกว่าไวรัส เมื่อสถิติเผยว่าก่อนโควิด-19 ระบาด ชาวเกาหลีใต้ฆ่าตัวตาย 13,799 ราย ในปี 2563 เฉลี่ย 26.9 คนจากทุกๆ 1 แสนคน คิดเป็นสองเท่าของอัตราการฆ่าตัวตายเฉลี่ยของประเทศโออีซีดีเป็นสถิติที่สูงขึ้นจาก 26.6 คนในปี 2561 และ 24.3 คนในปี 2560 และทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้อยู่ในสภาวะเสี่ยงพลาดเป้าที่ในปี 2561 ให้คำมั่นว่าจะทำให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงสู่ 17 คนต่อ 100,000 คน ภายในปี 2565 ดังนั้นโควิดไม่ได้ให้คำอธิบายว่าทำไมผู้หญิงวัยช่วงวัย 20 ปีที่คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของการพยายามฆ่าตัวตายทั้งหมดในประเทศระหว่างเดือนม.ค.ถึงส.ค.ในปี 2563
ทำไมผู้หญิงถึงเปราะบางมากกว่ากลุ่มอื่น นายคิม ยองแต็ก ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันผู้หญิงเกาหลีใต้ที่ศึกษาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของผู้หญิง ระบุว่าเศรษฐกิจเป็นปัจจัยใหญ่ที่สุดปัจจัยเดียวที่ทำให้ผู้หญิงฆ่าตัวตาย จากงานวิจัยของตนพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มมากกว่าผู้ชายที่จะเจอปัญหาสุขภาพเนื่องจากวิกฤตการเงินโลกปี 2551 ผู้หญิงเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนเงินและทรัพยากรทางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมีสุขภาพที่ดีจึงทำให้ผู้หญิงเปราะบางต่อปัญหามากกว่าที่ไม่เพียงมีสาเหตุมาจากโควิดเท่านั้นแต่ยังมีสาเหตุมาจากทุกครั้งที่เศรษฐกิจถดถอย ไม่เพียงเพราะเกาหลีใต้ให้ค่าจ้างระหว่างเพศหญิงและชายแตกต่างกันมากที่สุดในบรรดาประเทศกลุ่มโออีซีดี ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ยังรวมปัจจัยที่งานพาร์ตไทม์ที่มีอยู่ส่วนใหญ่ในประเทศและงานคุณภาพต่ำถูกผลักไปให้ผู้หญิงทำ ให้ชั่วโมงทำงานของผู้หญิงน้อยกว่าที่ผู้หญิงต้องการ นอกจากนี้ยังต้องระวังพฤติกรรมเลียนแบบดาราศิลปินเคป๊อปที่ฆ่าตัวตายอีกด้วย ยกตัวอย่าง มุน ฮาอึน ช่างแต่งหน้าอายุ 24 ปีในกรุงโซลรู้สึกแปลกแยกจากที่ทำงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่ “ทันทีที่ฉันเริ่มงาน ฉันอยากเกิดเป็นชาย” ทั้งถูกนายจ้างบอกให้ไปลดน้ำหนักและบอกให้แต่งตัวสวยงามอยู่เสมอ ขณะเดียวกันนายจ้างแสดงความเห็นว่าการไม่แต่งหน้ามาทำงานเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้หญิง หญิงสาวเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว และยังต้องไปหาจิตแพทย์เพื่อรักษาโรคการกินผิดปกติและโรคนอนไม่หลับ จากผลการประชุมคณะกรรมาธิการนโยบายป้องกันการฆ่าตัวตาย รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะทำให้บริการให้คำปรึกษาแก่ผู้หญิงเข้มแข็งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังให้สวัสดิการแก่ผู้หญิงที่ลาโดยไม่ได้ค่าจ้างหรืออยู่ระหว่างหางานฟรีแลนซ์ทำหรือโอกาสในการฝึกงานหวังบรรเทาปัญหาการฆ่าตัวตาย

jumboslot

ในปี 2018 อัตรา การฆ่าตัวตาย ของคนอายุระหว่าง 9-24 ปี 100,000 คนคือ 9.1% เพิ่มขึ้น 7.7% จากในปี 2017 การฆ่าตัวตาย ยังคงเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนหนุ่มสาวมาตั้งแต่ปี 2007 ตามรายงานสถิติของเกาหลีใต้อัตราการฆ่าตัวตายพุ่งขึ้นสูงสุดในปี 2009 คือสูงถึง 10.3% การตายจากอุบัติเหตุและการจราจรตามมาเป็นอันดับสอง 4.6% ต่อประชากร 100,000 คน รองลงมาจากนั้นคือการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 2.9% ชาวเกาหลีใต้ช่วงอายุ 13-24 ปี มีความกังวลเรื่องอาชีพการงานในอนาคตมากที่สุด รองลงมาคือผลการเรียนและรูปร่างหน้าตา มีรายงานว่าในปี 2019 ว่า ทั้งเด็กมัธยมต้นและมัธยมปลาย 28.2% มีภาวะซึมเศร้า , 6.7% สูบบุหรี่ , 15% ดื่มแอลกอฮอล์ มีรายงานว่ามีคนอายุ 6-21 ปี จำนวน 7.82 ล้านคนในปี 2020 ซึ่งเป็น 15.1% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ จากรายงานคาดการ์ณกันว่าสัดส่วนจะลดลงมาต่ำกว่า 10% ในปี 2060 จำนวนของเยาวชนของปี 2020 ได้ทำเครื่องหมายจารึกถึงจุดต่ำสุดนับตั้งแต่มีการเริ่มรวบรวมสถิติในปี 1970 คือยืนอยู่ที่ 39.1% การถดถอยนี้ถูกยกความผิดไปที่การแต่งงานที่ลดลงและอัตราการเกิดที่ต่ำมากท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
[NPC5]จำนวนชาวเกาหลีใต้ที่มีคนอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีจำนวน 20% ของประชากรทั้งหมดในปี 2025 และเกิน 40% ในปี 2051 เทียบเท่ากับจำนวน 13.8% ของประชากรของเกาหลีในปี 2017 เมื่อใดที่คนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 14 % ประเทศจะถูกกำหนดให้เป็นสังคมผู้สูงอายุ ในบรรดาเด็กในวัยเรียนที่มาจากครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรมมีจำนวน 137,000 คน ในปี 2019 เพิ่มขึ้น 12.3% จากปี 2018 คิดเป็น 2.5% ของจำนวนนักเรียนในประเทศที่มีมากกว่า 5.45 ล้านคนในปี 2019 เมื่อปีที่แล้วการใช้

ประเด็นการฆ่าตัวตายของคนเกาหลี

Post navigation