การนับอายุของคนเกาหลี

เครดิตฟรี

ปีใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทราบกันไหมคะว่าในวันที่ 1 มกราคม อายุของคนเกาหลีทุกคนจะเพิ่มขึ้น 1 ปีโดยอัตโนมัติ สำหรับชาวต่างชาติอาจที่จะงงและยากต่อการทำความเข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงอายุเพิ่มขึ้นในวันเดียวกัน ทั้งที่ไม่ได้เกิดพร้อมกัน วันนี้เราเลยจะมาบอกให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับการนับอายุของคนเกาหลีกัน
การนับอายุของคนเกาหลี คนเกาหลีมีอายุที่เพิ่มขึ้น 1 ปีพร้อมกันทั้งหมด การนับอายุแบบนี้ คนเกาหลีทั้งหมดจะมีอายุเพิ่มขึ้นพร้อมกันโดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มปีใหม่ โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงวันเกิด เรียกได้ว่านับตามปีค่ะ ฟังแล้วเหมือนคนไทยนับผิดยังไงก็ไม่รู้เนอะ ทุกๆวันที่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่เริ่มต้นปีใหม่ ทุกคนจะมีอายุเพิ่มขึ้น 1 ปี ไม่ว่าจะเกิดในวันไหนก็ตาม อย่างเราที่เกิดในเดือนกรกฎาคม 1994 หากนับแบบไทยละก็ เราจะอายุ 25 กว่าๆเท่านั้น แต่ที่เกาหลีเราถือว่าอายุ 27 แล้วล่ะ เพราะว่าเริ่มต้นปีใหม่เราต้องบวกเพิ่มอีก 1 ปี แถมคนเกาหลีนับอายุตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เลยอีกด้วย 1 ปี วิธีคิดก็คือ 2020-1994+2 = 27 ปี เพราะคนเกาหลีนับอายุตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่เป็น 1 ปี ทำให้เราต้องบวกเพิ่มไปอีก 1 ในการคำนวณอายุไม่เพียงแค่ในวันเริ่มปีเท่านั้น หากเป็นเด็กที่เกิดในวันที่ 31 ธันวาคมละก็ จะมีอายุ 1 ปีแค่วันเดียว เพราะวันถัดไปก็จะถือว่าอายุ 2 ปีแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่เกิดในวันที่ 1 มกราคมแล้ว เพียงแค่เกิดก่อนกัน 1 วันแต่อายุกลับเพิ่มขึ้นมากกว่า วิธีการนับอายุแบบนี้เดิมทีมาจากประเทศจีน หลายประเทศจากทางเอเชียตะวันออกใช้วิธีการนับแบบนี้เช่นกัน แต่ตอนนี้มีเพียงแค่ประเทศเกาหลีเท่านั้น แม้ว่าตอนนี้กฎหมายหรือการรักษาพยาบาลยังคงใช้อายุตามที่นับกันแบบสากล แต่สำหรับการพูดคุยทั่วไปหรือถามเกี่ยวกับอายุ ทุกคนยังคงนับตามแบบเกาหลี

สล็อตออนไลน์

อย่างที่เราบอกไปว่าคนเกาหลีเกิดมาพร้อมกับอายุ 1 ปี เพราะคนที่นี่เชื่อกันว่าชีวิตของคนเราเริ่มต้นแล้วตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ และเพื่อเป็นการให้ความสำคัญกับผู้เป็นแม่ที่ตั้งท้องพวกเรามา ฉะนั้นทุกคนจึงมีอายุ 1 ปีทันทีหลังจากคลอด นี่คือสาเหตุที่ทำไมคนเกาหลีมักที่จะเรียกคนอื่นว่าพี่ชาย, พี่สาวหรือน้อง ก็เพราะว่าปีเกิดสำคัญที่สุด แม้ว่าจะเกิดต่างกัน 1 วันหรือ 2 วันก็ตาม ฉะนั้นก็ต้องใช้ภาษาแบบสุภาพในการพูดคุยกันค่ะ
โดยปกติแล้วการนับวันเกิดแบบนี้เคยถูกใช้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วในประเทศจีน จากนั้นก็แพร่ไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชีย ปัจจุบันเหลือเพียงประเทศเกาหลีเท่านั้นที่ทุกคนยังนับอายุด้วยวิธีนี้อยู่ โดยประเทศเกาหลีมองว่าการมี Korean Age ถือเป็นประโยชน์ทางสังคม เช่น การสร้างวัฒนธรรมที่ใช้ร่วมกัน ความสัมพันธ์กันในสังคม และการเคารพผู้สูงอายุ ดังนั้น ผู้คนเกาหลีจึงมักเคารพผู้ที่มีอายุมากกว่า ถึงแม้อายุแบบสากลจะห่างกันแค่ 1 วันก็ตาม ด้วยลักษณะทางวัฒนธรรมของเกาหลี Korean Age หรืออายุแบบเกาหลีจึงค่อนข้างสำคัญกว่าอายุแบบสากล แต่อย่างไรก็ตาม การนับอายุทั้ง 2 แบบก็ยังคงถูกใช้ในชีวิตประจำวัน ตามแต่สถานการณ์ที่เหมาะสม เช่น เกี่ยวกับการศึกษา ก็จะใช้อายุสากล ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายอนุญาตการซื้อขายแอลกอฮอล์ก็จะนับอายุแบบเกาหลี ส่วนการฉลองวันเกิดก็จะนับตามวันเกิดสากล แต่งานฉลองครั้งใหญ่จะจัดในปีแรกกับปีที่ 60 ของคน เพราะถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองที่สามารถอยู่รอดปลอดภัยมาได้ขนาดนี้

slot

ส.ส.เกาหลีใต้ผลักดันล้มล้างประเพณีเก่า ชงเลิกนับอายุแบบเกาหลีที่เด็กจะมีอายุ 1 ปีในวันที่เกิดและมีอายุ 2 ปีทันทีในวันปีใหม่ แม้มันจะเป็นวันถัดไปก็ตาม ถ้าหากใครสงสัยว่าประเพณีนี้แตกต่างกับการนับอายุแบบสากลอย่างไร ให้ลองคิดถึงเด็กที่เกิดในวันที่ 31 ธันวาคมส่งท้ายปีเก่าที่จะต้องมีอายุครบ 2 ปีทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน แม้จะมีอายุตามแบบสากลไม่ถึงวัน ซึ่งโดยปกติเมื่อโดนชาวต่างชาติถามอายุ ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากจะตอบทั้ง ‘อายุแบบเกาหลี’ และ ‘อายุแบบสากล’ ตามด้วยคำอธิบายที่ทำให้ผู้ถามสับสน ต้นกำเนิดของระบบการนับอายุแบบเกาหลีไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนมากนัก โดยหนึ่งในทฤษฎีที่มีอยู่คือการคำนึงถึงเวลาที่ทารกใช้ในครรภ์ด้วย จึงทำให้เมื่อกำเนิดจึงปัดเศษอายุขึ้นเป็น 1 ปี ซึ่งทฤษฎีนี้เชื่อมโยงกับระบบตัวเลขเอเชียโบราณที่ไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับตัวเลขศูนย์ (0) ส่วนคำอธิบายของการเพิ่มจำนวนปีที่จะเพิ่มในทุกวันที่ 1 มกราคมนั้นซับซ้อนกว่า ผู้เชี่ยวชาญบางคนอธิบายถึงทฤษฎีที่ว่าชาวเกาหลีโบราณวางปีเกิดของพวกเขาในวงจรปฏิทินจีน 60 ปี แต่ในเวลาที่ไม่มีปฏิทิน พวกเขามักจะไม่สนใจวันเกิดและเพิ่มอายุไป 1 ปีในวันแรกตามปฏิทินจันทรคติ ส่วนปีที่เพิ่มมาในวันที่ 1 มกราคมนั้นเกิดขึ้นเมื่อชาวเกาหลีเริ่มรับรู้ถึงการมีอยู่ของปฏิทินสากลหรือปฏิทินตะวันตก ทั้งนี้ ส.ส.ที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการยุติประเพณีนับอายุที่มีมากว่าศตวรรษอธิบายว่า เพื่อนร่วมชาติของเขาหลายคนกลัวว่าถ้าหากไม่เปลี่ยนแปลงจะทำให้เกาหลีใต้ที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชียและเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลก เดินคนละสเต็ปกับส่วนอื่นๆ ของโลก “ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของคืออายุทางกฎหมายและอายุที่ใช้ในชีวิตประจำวันแตกต่างกันไป ในขณะที่อายุแบบสากลถูกใช้ในศาล โรงพยาบาล และสำนักงาน แต่อายุแบบเกาหลีกลับถูกใช้ในชีวิตประจำวัน จนทำให้เกิดความสับสนและไม่สะดวก” ฮวางจูฮง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อายุสากลในเอกสารราชการและกระตุ้นให้ประชาชนใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้นกล่าว นอกจากนั้น ส.ส.ฮวางจูฮง ยังอ้างว่า ในหมู่สาธารณชนมีผู้ปกครองที่เกิดความกังวล เพราะมีลูกเกิดในเดือนธันวาคมด้วยเกรงว่าลูกจะประสบปัญหาเมื่อพวกเขาต้องอยู่รวมกับเด็กที่มีอายุมากกว่าและโตกว่า โดยอาจจะเสียเปรียบด้วยขนาดตัวที่เล็กกว่า พร้อมชี้ให้สังเกตว่าจีนนั้นยกเลิกระบบนับอายุแบบดั้งเดิมตั้งแต่ช่วงปฏิวัติทางวัฒนธรรม ขณะที่ญี่ปุ่นปรับใช้การนับอายุแบบสากลตั้งแต่ช่วงก่อนยุค 1990s สอดคล้องกับความสับสนของผู้ปกครองหลายคนอย่าง คิมซุนมี ซึ่งลูกสาวของเธอเกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมปีที่แล้ว กล่าวว่า ระบบอายุของเกาหลีใต้สร้างความสับสนให้กับผู้ปกครองของเด็กที่เกิดในช่วงปลายปี” ขณะนี้เธอยังต้องการให้ลูกของเธอนับอายุเป็นเดือนเพราะลูกของเธอยังเด็กเกินไป และจะเริ่มนับอายุแบบเกาหลีเมื่อเธอโตขึ้น พร้อมเพิ่มเติมว่ามันเป็นเรื่อง ‘ไร้สาระ’ ที่ลูกสาวของเธอต้องฉลองวันเกิดครั้งที่ 2 หลังคลอดได้ 2 วัน รวมถึงชี้ว่าระบบนับอายุแบบเกาหลีส่งผลกระทบทางลบหลายอย่างสำหรับทารกที่เกิดในยุคนี้ “ฉันยังเห็นโพสต์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับวิธีที่พ่อแม่บางคนวางแผนการตั้งครรภ์ เพื่อลูกของพวกเขาจะไม่เกิดในช่วงปลายปี โดยบางคนถึงกับจงใจโกง โดยรอจดทะเบียนเกิดในเดือนมกราคมแทน” ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ชาวเกาหลีใต้ทุกคนที่เห็นว่าการนับอายุแบบดั้งเดิมนั้นผิดสมัย โดย จางยูซึง นักวิจัยอาวุโสของศูนย์วิจัยโอเรียนเต็ลศึกษาของมหาวิทยาลัยทงกุกอ้างว่าการนับอายุแบบเกาหลีสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของปฏิทินจันทรคติในสังคมเอเชียตะวันออกซึ่งตรงข้ามกับปฏิทินสุริยคติที่พบในตะวันตก “บางคนบอกว่ามันแปลกสำหรับเด็กที่เกิดในเดือนธันวาคมที่จะมีอายุ 2 ปีหลังจากเกิดเพียงไม่กี่วัน แต่มันก็เหมือนกันกับอายุแบบสากล เพราะทารกที่เกิดวันนี้และอีกคนที่เกิดในปีที่แล้วก็ต่างมีกำหนดจะฉลองวันเกิดของเขาหรือเธอในวันพรุ่งนี้ โดยมีวันเกิดห่างกันเกือบ 12 เดือน แต่พวกเขาทั้งคู่มีอายุเป็นศูนย์ “ทำไมระบบอายุแบบเกาหลีและอายุแบบสากลไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ในลักษณะเดียวกับที่วันหยุดปีใหม่ทางจันทรคติและวันคริสมาสต์ดั้งเดิมสามารถอยู่ร่วมกับการนับวันแบบสากลได้” นักวิจัยอาวุโสกล่าว เช่นเดียวกับ คิมยุนซู พลเมืองเกาหลี อายุ 32 ปีที่เห็นด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงเพื่อเลียนแบบตะวันตกไม่ควรถูกบังคับใช้ เพราะระบบอายุแบบเกาหลีเกิดขึ้นจากการจดจำเวลาที่ทารกใช้ในครรภ์มารดาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดั้งเดิมของเกาหลี “ฉันไม่ได้ต่อต้านการใช้ระบบอายุแบบสากลทั้งหมด แต่ฉันสงสัยว่ามันจำเป็นต้องกำหนดให้ผู้คนทำแบบเดียวกันด้วยหรือ”

jumboslot

ตอนนี้ก็ปี 2020 แล้ว หลายคนพูดกันว่าพวกเขาอายุ 20 ปี แต่เอ๊ะจริงๆแล้วอายุเท่าไหร่กันนะ?
2020-X+1=20 หากคำนวณตามนี้ ปีที่จะได้ออกมาคือ 2001 ซึ่งสามารถที่จะพูดภาษาแบบไม่เป็นทางการได้ สำหรับผู้ที่เกิดก่อนในปี 2000 บุคคลเหล่านี้ควรที่จะใช้คำพูดแบบสุภาพด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วอายุของพวกเขาอาจอยู่ที่ประมาณ 18-19 ปีเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับวันเกิด) แม้ว่าคนเกาหลีเองก็ยังงงและสับสนอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับการนับอายุ ที่นี่การแบนไม่ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 19 ปีดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์และสูบบุหรี่นั้นเข้มงวดมาก เราเลยเห็นว่าดาราหลายคนมักที่จะฉลองเมื่ออายุ 20 ปี ทำไมถึงมีช่วงห่างละ? เนื่องจากตามทางกฎหมายแล้วผู้ที่อายุ 20 ปีจะต้องผ่านวันเกิดไปแล้วจริงๆ หลายคนที่เกิดปลายปีจึงสามารถที่จะดื่มได้เมื่ออายุเข้า 20 ปี (19 แบบสากล) นอกเหนือจากการนับอายุ (แบบเกาหลี) ที่ใช้สำหรับการพูดคุยในชีวิตประจำวันแล้ว ก็ยังมีการนับอายุ”แบบสากล” ที่ใช้สำหรับการลงทะเบียน, การรักษาพยาบาล, การดื่มและอื่นๆ ซึ่งจะใช้ในทางกฎหมายเท่านั้น การนับอายุแบบสากลตอนนี้มีการใช้กับกฎหมายการเข้าเกณฑ์ทหาร, กฎหมายเยาวชน ซึ่งนับตามวันเกิดไม่ใช่ปี ในกฎหมายการเข้าเกณฑ์ทหาร อายุที่มากที่สุดที่จำเป็นต้องเข้ารับเกณฑ์ทหารคือ 28 ปี ตัวอย่างเช่น JIN จาก BTS ที่เกิดในปี 1992 อายุอย่างทางการจากการเกณฑ์ทหารของเขาคือ 28 ปี แต่กลับมีอายุ 29 ปีเมื่อนับตามอายุเกาหลีหรือพูดคุยกับเพื่อน ที่เกาหลียังมีการนับอายุที่แปลกอีกคือ การเกิดเร็ว สำหรับผู้ที่เกิดในเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และผู้ที่เกิดในเดือนมีนาคมถึงเดือนธันวาคมปีก่อนหน้าถือว่ามีอายุเท่ากัน เนื่องจากเข้าเรียนพร้อมกัน ผู้ที่ถูกนับว่าเกิดเร็ว บางครั้งหากถามถึงอายุก็อยากที่จะตอบอย่างถูกต้องว่าจริงแล้วอายุเท่าไหร่ จึงมักที่จะตอบกันว่าเกิดเร็ว สำหรับผู้ที่เกิดเร็ว เมื่อเข้าเรียนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยก็ถือว่าเป็นอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากไม่สามารถที่จะดื่มหรือเข้าไนท์คลับได้ แม้ว่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม เนื่องจากผู้ที่อายุ 21 ปีตามแบบเกาหลีแล้วเท่านั้นจึงสามารถทำได้ แต่เนื่องจากวิธีการนับที่พาสับสน ทำให้ผู้ที่เข้าเรียนพร้อมกันในระดับชั้นเดียวกันบางคนถูกนับว่าเป็นผู้ใหญ่ ส่วนบางคนยังถือว่าเป็นเด็กอยู่ บางคนก็พูดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่แท้จริงอายุยังไม่ถึง เกณฑ์การเข้ารับการศึกษาของเกาหลีในปี 2009 มีการเปลี่ยนแปลง เด็กที่เกิดหลังปี 2003 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม จะได้เข้าเรียนพร้อมกัน

slot

หลายคนกล่าวว่าการนับอายุแบบเกาหลีควรที่จะเลิกใช้ และหันมาใช้กันนับอายุแบบสากลทั้งเกี่ยวกับทางกฎหมายและการพูดคุยในชีวิตประจำวัน บางครั้งถึงขั้นทำเรื่องให้ล้มเลิกการนับอายุที่สับสนนี้ แต่จริงๆแล้วก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการนับอายุแบบนี้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ จากการสำรวจของ Realmeter พบว่า 46.8% อยากให้คงวิธีการนับอายุแบบเดิมเอาไว้ และ 44.0% อยากให้ใช้วิธีการนับอายุแบบสากล ผู้ที่สนับสนุนการนับอายุแบบดั้งเดิมกล่าวว่า เนื่องจากเป็นวิธีที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน ซึ่งฝังอยู่ในหัวของคนเกาหลีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงละก็อาจเกิดความงุ่นงงขึ้นได้มากกว่าเดิม สำหรับเกาหลีแล้ว ไม่ว่าจะอายุต่างกัน, แก่กว่าหรือระดับหน้าที่การงานที่สูงกว่า ต้องใช้ภาษาและคำศัพท์ที่แตกต่างกันในการพูด แต่หากใช้การนับอายุแบบเกาหลีละก็ อาจจะสับสนและงงซักหน่อยว่าใครเด็กกว่าหรืออายุเท่ากัน แต่สำหรับผู้ที่สนิทสนมกันส่วนมากมักที่จะไม่ได้นึกถึงอายุกันซักเท่าไหร่ แม้ว่าอายุจะต่างกัน ก็สามารถที่จะพูดคุยกันด้วยภาษาในระดับเดียวกันได้

การนับอายุของคนเกาหลี

Post navigation