การซื้อบ้านและสัญญาเช่าในประเทศเกาหลี

เครดิตฟรี

การซื้อบ้าน เมื่อซื้อบ้าน ต้องดูตำแหน่งของบ้าน ทิศทาง ความสะดวกของการขนส่ง สภาพแวดล้อมโดยรอบ ฯลฯ เมื่อตัดสินใจซื้อบ้านสักหลัง จะต้องมีสำเนาการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์เพื่อตรวจสอบความเป็นเจ้าของ การกู้จำนอง ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ไม่เสียเปรียบ และประการสุดท้าย เมื่อเขียนสัญญาซื้อบ้าน ต้องให้แน่ใจว่ามีการระบุรายละเอียดที่จำเป็นทั้ง หมด เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ

สล็อต

เช่าโดยจ่ายมัดจำ การเช่าบ้านในประเทศเกาหลีจะแตกต่างจากที่อื่น โดยต้องเงินให้แก่เจ้าของบ้านเพื่อเป็นเงินมัดจำระหว่างช่วงที่เข้าพัก เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนด จะได้รับเงินมัดจำคืนทั้งหมด สามารถเช่าบ้านได้ทั้งหลัง หรือเพียงส่วนหนึ่ง (1 ชั้น, 1 – 2 ห้อง ฯลฯ) หากต้องการเช่าบ้านทั้งหลัง เงินมัดจำจะอยู่ที่ประมาณ 40-80% สัญญาเช่ามักทำกันที่ 2 ปี (1 ปี สำหรับออฟฟิซเทล) และตามกฎหมาย เจ้าของบ้านไม่สามารถยุติสัญญาเช่าได้ก่อน 2 ปี หากผู้เช่าไม่ยินยอม (ผู้เช่า ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย) นอกจากนี้ ผู้เช่าอาจพักในบ้านได้เป็นเวลา 2 ปีได้ แม้ว่าจะทำสัญญาเช่าเพียง 1 ปี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองการเช่าบ้านก็ตาม
บันชอนเซ (ระบบมัดจำครึ่งหนึ่ง) เนื่องจากภาวะถดถอยในตลาดที่อยู่อาศัยและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ยังคงดำเนินต่อไป เมื่อไม่นานมานี้การเช่าในประ เทศเกาหลีได้เปลี่ยนระบบการเช่าจากเยียนเซ (ระบบการมัดจำ) ที่ใช้กันมาก่อนหน้านั้น ให้เป็นระบบการเช่นแบบบันเหยียนเซ (ระบบการมัดจำครึ่งหนึ่ง) ซึ่งจะรวมถึงเงินมัดจำกับเงินค่าเช่ารายเดือนเพื่อ เป็นหลักประกันให้แก่เจ้าของ โดยปัจจุบันนี้ บ้านสามหลังในสิบหลังได้ให้เช่าภายใต้ระบบการมัดจำครึ่งหนึ่ง โดยผู้เช่าคำนวณค่าเช่ารายเดือนที่เพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับค่ามัด จำที่เพิ่มขึ้น (200% ของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร) ตัวอย่างเช่น สมมติว่าภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า เงินมัดจำจะเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านวอนเป็น 400 ล้านวอนตลอดสองปี โดยผู้เช่าแบ่ง 100 ล้านวอนที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นค่าเช่าราย เดือน 400,000 วอนถึง 600,000 วอน และให้เงินมัดจำ 300 ล้านวอนและค่าเช่ารายเดือน 400,000 ถึง 600,000 วอน

สล็อตออนไลน์

วอลเซ (เช่ารายเดือน)
สามารถเช่าที่พักอาศัยเป็นรายเดือนได้ โดยจะยังคงต้องจ่ายค่ามัดจำเล็กน้อย ซึ่งน้อยกว่าค่าเช่า ข้อดีคือสามารถต่อรองค่า มัดจำได้โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เช่า หากสามารถจ่ายเงินค่าเช่าได้สูงขึ้น เงินมัดจำก็จะน้อยลง ปกติแล้วเงื่อนไขของวอลเซนั้น ขึ้นอยู่กับขนาด จำนวนของห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเช่าเหมาตามสัญญา หรือจัดให้เช่ารายเดือนก็ตาม ซึ่งปกติจะมีค่าสาธารณูปโภคด้วย โดยคุณต้องเตรียมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ในบ้านเอง อย่างไรก็ตาม สำหรับบ้านแบบมัลติเพล็กซ์และออฟฟิศเทลหลายแห่งนั้น มักจะมีเครื่องใช้ในบ้านให้อยู่แล้ว เช่น ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า เป็นต้น
กัลเซ
มักมีเจ้าของบ้านหลายรายที่ต้องการให้ชาวต่างชาติ หรือครอบครัวหลากวัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ในเกาหลีจ่ายเงินเป็นก้อนสำ หรับค่าเช่า 1-3 ปี (เขตเจจูมักจ่ายค่าเช่ารายปี โดยควรจ่ายค่าเช่ารายปีเป็นเงินก้อน)
กิซุกซา (หอพัก)
เป็นที่พักซึ่งจัดโดยบริษัทหรือโรงเรียน สำหรับผู้เข้าฝึกอบรมเทคโนโลยีการลงทุนซึ่งเป็นชาวต่างชาติ (D-3) และคนงานที่ เข้าทำงานในประเทศเกาหลีผ่านระบบการอนุญาตการจ้างงาน ซึ่งมีวีซ่าการจ้างงานที่ไม่ถือเป็นอาชีพ (E-9) ทั้งนี้บางบริษัทอาจจัดหอพักให้ แต่บางบริษัทก็อาจไม่จัดให้
สิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อหาที่อยู่อาศัย
การมองหาห้องหรือบ้านที่จะพักในประเทศเกาหลีนั้น จะมีอยู่หลากวิธีด้วยกัน วิธีแรกอาจดูจากใบปลิว โฆษณาให้เช่าบ้าน ป้ายบนท้องถนน สามารถเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ และทำสัญญาได้ด้วยตนเองเลย อย่างไรก็ตาม วิธีที่เป็นที่นิยมกว่าก็คือการ ใช้ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตัวแทนจะดำเนินการตรวจสอบแทนคุณ และจะจัดเตรียมเอกสารให้ ดังนั้นคุณจะสามารถทำ สัญญาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีปัญหาทางกฎหมาย โดยคุณอาจได้รับส่วนลดจากนายหน้าได้เป็นบางส่วน โดยเฉพาะหาก เป็นการหาผ่านทางอินเทอร์เน็ต และได้มีโอกาสต่อรองกับนายหน้าอสังหาริมทรัยพ์มืออาชีพจริงๆ
ปัจจุบันนี้ ค่าธรรมเนียมสำหรับบริษัทนายหน้าจัดหาบ้านขึ้นอยู่กับอัตราราคาบ้าน
สัญญา
สัญญาคู่ฉบับ
คุณจะต้องทำสัญญาเช่ากับเจ้าของบ้านที่แท้จริง ในสัญญาจะมีการระบุระยะเวลาการเช่า เงินมัดจำ ค่าเช่ารายเดือน ฯลฯ อย่างไรก็ตาม บางคนอาจทำสัญญากับผู้เช่าก่อนหน้า และจ่ายเงินมัดจำให้พวกเขาแทนการทำสัญญาโดยตรงกับเจ้าของ ในกรณีนี้ หากเจ้าของบ้านไม่เห็นด้วยกับสัญญา ก็ไม่สามารถได้รับเงินมัดจำคืน ดังนั้น ควรตรวจสอบบัตรประชาชนของเจ้าของบ้าน และตรวจสอบเอกสารสำคัญของเจ้าของบ้าน หรือของบุคคลที่ได้รับมอบหมาย (เช่น ใบรับรองของผู้มีตราประทับ และหนังสือมอบฉันทะ เป็นต้น) ให้ดีก่อนทำสัญญา โดยสามารถตรวจสอบบัตรประชาชนของเจ้าของบ้านได้จากสำเนาจดท ะเบียนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถทำผ่านทางอิน เทอร์เน็ตได้โดยไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด และจะเป็นการดีมาก ที่จะตรวจสอบหนังสือจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ให้รอบคอบ ก่อนการจ่ายเงิน ระหว่างการจ่ายเงิน และเมื่อจ่ายเงินเสร็จสมบูรณ์แล้ว
การจดทะเบียน
การขอดูสำเนาการจดทะเบียนก่อนทำสัญญานั้นถือเป็นเรื่องที่จำเป็นพอๆ กับการตรวจสอบภายในสถานที่ด้วยตนเอง ซึ่ง ทะเบียนดังกล่าวจะประกอบไปด้วยที่อยู่ของสถานที่ ชื่อเจ้าของที่ พื้นที่และโครงสร้าง นอกจากนี้ยังมักมีข้อมูลด้วยว่า เจ้าของที่เป็นเจ้าของอาคารเอง หรือยังผ่อนธนาคารอยู โดยทั่วไปแล้ว สำเนาการจดทะเบียนจะสามารถหาได้จากทางอิน เตอร์เน็ต (www.iros.go.kr, สำนักทะเบียนอินเตอร์เน็ตศาลสูง)ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องไปที่สำนักทะเบียนแต่อย่างใด และหากไม่ทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไรดี ควรสอบถามจากเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานชาวเกาหลีให้แน่ใจเสียก่อน
การวางเงินและจ่ายค่ามัดจำ
ตามกฎหมายแล้ว มักไม่จำเป็นต้องมีการวางเงินดาวน์แต่อย่างใด แต่มักจะเป็นการจ่ายเงิน 10% ของเงินมัดจำทั้งหมดแทน ตัวอย่างเช่น หากเงินมัดจำทั้งหมดอยู่ที่ 2 ล้านวอน การวางเงินจะอยู่ที่ 2 แสนวอน และสามารถจ่ายเงิน 1.8 ล้านวอนที่เหลือได้ตามวันที่ตกลงกันก่อนย้ายเข้าอยู่ โดยจะต้องจ่ายเงินทั้งหมดในวันที่ย้ายเข้า และคุณควรเก็บใบเสร็จทั้งหมดเอาไว้ให้ดีด้วย
รายละเอียดต่างๆ ที่ต้องระบุในสัญญา
ที่อยู่ของผู้ให้เช่า (ที่อยู่ในสัญญาควรตรงกับที่จดทะเบียน)
การจ่ายเงินตามสัญญา (เงินมัดจำและค่าเช่ารายเดือน)
วันที่ครบกำหนดการวางเงินดาวน์และยอดที่เหลือ (ควรจ่าย 10% ของค่ามัดจำสำหรับเป็นเงินดาวน์)
ระยะเวลาของสัญญา
ลายเซ็นหรือการประทับรอยนิ้วมือของเจ้าของบ้านและผู้เช่า

jumboslot

การสิ้นสุดของสัญญาและการคืนเงินมัดจำ
ในบางครั้งคุณอาจจะไม่สามารถย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ก่อนสัญญาเช่นสิ้นสุด ในกรณีเช่นนี้ เจ้าของบ้านสามารถลดจำนวนตามค่า เช่ารายเดือนที่จะถึงจนถึงวันครบกำหนดได้จากเงินมัดจำทั้งหมด แล้วคืนเงินที่เหลือให้คุณ คุณอาจอยู่ในห้องที่มีเงินมัดจำ 2 ล้านวอนและค่าเช่ารายเดือน 150,000 วอน และตัดสินใจย้ายไปที่อื่น 3 เดือนก่อนสัญญาสิ้นสุด ซึ่งก็คงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด หากมีผู้เช่ารายใหม่มาเช่าต่อจากนั้นทันที แต่ถ้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ไม่ถือเป็นการผิดกฎหมายแต่อย่างใด หากเจ้าของบ้านจะคืนเงินให้คุณเพียง 1.55 ล้านวอนเท่านั้น ซึ่งก็คือค่าเช่าเดือนละ 450,000 วอน จำนวน 3 เดือน (150,000 วอน x 3 เดือน) จากเงินมัดนั่นเอง ทั้งนี้หากคุณไม่ต้องการต่อสัญญาเช่าใหม่ คุณควรแจ้งให้เจ้าของที่ทราบว่าต้องการย้ายออกก่อนสัญญาสิ้นสุดล่วง หน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน หากได้แจ้งแก่เจ้าของที่แล้ว ย่อมถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย หากเจ้าของที่ไม่ยอมคืนเงินมัดจำให้ คุณ และถ้าหากเจ้าของที่ไม่คืนเงินมัดจำให้คุณโดยมิชอบ คุณก็สามารถเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีทางแพ่งได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง และมีขั้นตอนยุ่งยากพอสมควร ดังนั้นหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คุณควรขอคำปรึกษา จากศูนย์ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งก็มีให้คุณเลือกอยู่หลายแห่งเหมือนกัน

slot

สิ่งที่ต้องทำหนึ่งเดือนล่วงหน้าก่อนหมดสัญญา
อย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนสัญญาสิ้นสุด คุณต้องแจ้งให้เจ้าของที่ทราบว่าต้องการย้ายออกในวันที่ครบกำหนด หรือต้องการอาศัยอยู่ต่อ หากไม่แจ้งให้เจ้าของที่ทราบ จะถือเป็นการต่อสัญญาใหม่โดยอัตโนมัติเลย และ คุณอาจสูญเสียโอกาสที่จะได้ย้ายออกตามเวลาที่ต้องการได้ หลายคนเผลอลืมมิได้แจ้งล่วงหน้า จนทำให้เกิด ข้อผิดพลาดขึ้นเช่นนี้

การซื้อบ้านและสัญญาเช่าในประเทศเกาหลี

Post navigation