12 เทศกาลเกาหลี เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่มีเบื่อ

เครดิตฟรี

ความที่เกาหลีโดดเด่นในเรื่องของสภาพอากาศ ที่มีมากถึง 4 ฤดู ทำให้แต่เดือนจะมีเทศกาลที่น่าสนใจถูกจัดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย เอาเป็นว่า อย่ารอช้า ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าตลอดทั้งปีที่ประเทศเกาหลีมีเทศกาลอะไรบ้าง

สล็อต

  1. Hwacheon Sancheoneo Ice Festival: January
    เนื่องจากเดือนมกราคมที่ประเทศเกาหลีนั้นยังคงเป็นฤดูหนาวที่อากาศยังคงเย็นจัด จึงทำให้น้ำในแม่น้ำหลายแห่งในประเทศเกาหลีได้กลายเป็นน้ำแข็ง จนทำให้เกิดเป็นเทศกาลสนุกๆ นี้ขึ้นมา ซึ่งภายในเทศกาลนี้ก็มีหลายโซนให้ได้ร่วมสนุก และมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป อาทิ การจับปลาเทร้าท์ด้วยมือเปล่า ตกปลาเทร้าท์ใต้น้ำแข็ง การเล่นเลื่อนหิมะ เป็นต้น ซึ่งเทศกาลนี้ได้ถูกจัดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ แต่หนึ่งในสถานที่ที่จัดงานที่ดังที่สุดก็คือ แม่น้ำของเมืองฮวาซอน ในจังหวัดคังวอนโด และงานนี้ได้ถูกจัดขึ้นแค่ปีละครั้งเท่านั้น
    Location: Hwacheaon, Gangwon-do
    Admission: แล้วแต่โซน ประมาณ 5,000-20,000 วอน
  2. Jeju Norimae Maehwa Festival: February
    ถ้าหากใครอดใจรอชมดอกซากุระบานที่ญี่ปุ่นไม่ไหว ก็สามารถบินมาชมดอกพลัมบานที่ประเทศเกาหลี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก่อนได้เลย!! เพราะเมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ความหนาวเหน็บก็เริ่มจะทยอยหายไป ทำให้ดอกไม้เริ่มจะเบ่งบาน เป็นสัญญาณของการเตรียมตัวเข้าสู่ใบไม้ผลิ ซึ่งเทศกาลชมดอกพลัมบานนี้ จะถูกจัดขึ้นที่ Norimae Park (สวนพลัม) ณ เกาะเชจู โดยเทศกาลนี้เป็นเทศกาลดอกไม้แห่งแรกของปี หากใครมีโอกาสเดินทางไปเกาหลีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ก็อย่าลืมไปเชคอิน ถ่ายรูปสวยๆ พร้อมไปลองจิบชาบ๊วยได้ที่สวนพลัมแห่งนี้
    Location: Norimae Park, Jeju
    Admission: ผู้ใหญ่ราคา 9,000 วอน / นักเรียนราคา 6,000 วอน / เด็กอายุ 3-12 ปี ราคา 5,000 วอน
  3. Jeju Fire Festival: March
    อีกหนึ่งเทศกาลที่ไม่ควรพลาด!!! เพราะเทศกาลนี้ถือเป็นเทศกาลที่สำคัญ และถูกจัดขึ้นมาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่ปี 1997 โดยเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในวันปีใหม่ทางจันทรคติของเกาหลี ซึ่งนอกจากจะมีการแสดงไฟ ดอกไม้ไฟที่จัดเต็มในด้านแสง สี และเสียงแล้ว ยังมีกิจกรรมพื้นบ้าน และกิจกรรมต่างๆ ในงานให้ร่วมสนุกมากมาย
    Location: Saebyeol Oreum, Jeju
    Admission: ไม่เสียค่าเข้าชม
  4. Jinhae Gunhangje Festival: April

slot

เทศกาลดอกซากุระบาน’ ที่เขตจินแฮ แห่งเมืองชางวอน ถือว่าเป็นงานเทศกาลดอกไม้บานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเกาหลี ซึ่งเป็นที่เดียวของประเทศเกาหลีที่จะมีต้นซากุระจากประเทศญี่ปุ่นเบ่งบานสะพรั่ง รอให้คุณมาถ่ายรูปมากกว่า 2 แสนต้นเลยทีเดียว โดยเทศกาลนี้จะถูกจัดขึ้นประมาณช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี แต่ถ้าหากใครไม่อยากพลาดชมเทศกาลซากุระที่ว่านี้ แนะนำให้ลองเช็ควัน และเตรียมตัวให้ดีก่อนเดินทาง เพราะวันที่ซากุระบานในแต่ละปีอาจจะไม่เหมือนกัน
Location: Jinhae, Gyeongsangnam-do
Admission: ไม่เสียค่าเข้าชม

  1. Lotus Lantern Festival: May
    เทศกาลโคมดอกบัว หรือ ‘Lotus Lantern Festival’ เป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญทางศาสนาพุทธ ซึ่งภายในเทศกาลนี้ ทั่วเมืองโซล และวัดพุทธทุกแห่งจะถูกประดับประดาด้วยโคมไฟดอกบัวอย่างอลังการ และสวยงาม เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงวันประสูติของพระพุทธเจ้า นอกจากจะมีบรรยากาศสวยๆ ของโคมไฟให้ได้ชม และถ่ายรูปกันแล้ว ภายในเทศกาลยังมีขบวนพาเหรดสวยๆ ให้ได้ชมกันอีกด้วย
    Location: Seoul
    Admission: ไม่เสียค่าเข้าชม

สล็อตออนไลน์

  1. Goseong Lavender Festival: June
    ใครที่อยากได้แบล็คกราวน์รูปเป็นทุ่งลาเวนเดอร์สวยๆ แนะนำให้มาชมได้ที่บริเวณ Eocheon-ri เมืองโกซอง จังหวัดคังวอนโด ในช่วงต้น – กลางๆ เดือนมิถุนายน เพราะว่าในช่วงนี้ต้นลาเวนเดอร์จะออกดอกสีม่วงเรียงรายพร้อมรอให้คุณมาถ่ายรูป โดยเทศกาลชมทุ่งลาเวนเดอร์นี้ นอกจากจะมีดอกไม้สวยๆ ให้ชม ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ร่วมสนุกภายในงาน
    Location: Hani Lavender Farm
    Admission: ไม่เสียค่าเข้าชม
  2. Seoul International Cartoon & Animation Festival: July
    ใครที่ชอบการ์ตูนมังงะ หรือชอบการ์ตูนอนิเมชั่นภาพสวยๆ ต้องห้ามพลาดงานนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเทศกาลนี้ถือเป็นงานที่ใหญ่ระดับประเทศ ที่จะมีการรวบรวมเอาภาพยนตร์การ์ตูนจากหลากหลายประเทศมาฉายให้ได้ชม และจัดแสดงผ่านนิทรรศการอย่างมากมาย นอกจากผลงานที่น่าสนใจ ก็ยังมีหุ่นมาสคอตตัวการ์ตูนต่างๆ มาคอยสร้างสีสันภายในงาน
    Location: Dongdaemun Design Plaza, Seoul
    Admission: ผู้ใหญ่ 12,000 วอน เด็กอายุ 3 ปี – มหาวิทยาลัย 10,000 วอน และเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
  3. Incheon Pentaport Rock Festival: August
    สาวกเพลงร็อค เชิญทางนี้!!! เพราะนี้คือเทศกาลดนตรีร็อคที่ใหญ่ระดับประเทศที่ได้ถูกจัดขึ้นมานานถึง 11 ปีติดต่อกัน โดยเทศกาลดนตรีนี้จะมีวงดนตรีร็อคจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมงานมากถึง 60 วงด้วยกัน ที่สำคัญคืองานได้ถูกจัดขึ้นอย่างยาวนานถึง 3 วัน ถ้าใครเป็นขาร็อคตัวจริงที่อยากเต็มอิ่มไปกับเสียงเพลงมันส์ๆ ก็ควรหาโอกาสไปเยือนเทศกาลนี้สักครั้งในชีวิต
    Location: Songdo Pentaport Park, Incheon
    Admission: ค่าเข้า 3 วัน ราคา 222,000 วอน / ค่าเข้า 2 วัน 180,000 / ค่าเข้า 1 วัน 130,000 วอน
  4. Andong Mask Dance Festival: September
    สำหรับคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมอันดั้งเดิมของประเทศเกาหลี แนะนำให้ไปหมู่บ้านฮาฮเว จังหวัดคยองซังบุคโด ในช่วงปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคม เพราะในช่วงนั้นจะมีเทศกาลระบำหน้ากากอันดง ที่ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งผู้เข้าชมจะได้สัมผัสถึงกลิ่นอายความเป็นเกาหลีแบบดั้งเดิมผ่านทางการแสดง และวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านฮาฮเว ที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก
    Location: Hahoe Village, Gyeongsangbuk-do
    Admission: ผู้ใหญ่อายุ 19-64 ปี ราคา 3,000 วอน / นักเรียนอายุ 13-18 ปี ราคา 1,500 / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ราคา 1000 วอน
  5. Busan International Film Festival: October
    เป็นเทศกาลที่คอหนังห้ามพลาด! เพราะเทศกาลนี้จัดได้ว่าเป็นเทศกาลหนังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี แถมยังได้รับความสนใจ และเสียงตอบรับที่ดี จนโด่งดังกลายเป็นเทศกาลหนังที่ผู้คนรู้จักกันไปทั่วโลก ซึ่งเทศกาลนี้ไม่ได้มีฉายแค่หนังจากเกาหลีเท่านั้น แต่มีหนังให้ดูจากทั่วทุกมุมโลก มีทั้งหนังที่ได้รับรางวัล หนังสารคดี และหนังนอกกระแสต่างๆ โดยหนังที่ร่วมฉาย สามารถหาดูได้ตามโรงภาพยนตร์ที่ร่วมจัดฉาย
    Location: Busan Cinema Center, Busan
    Admission: ถ้าหากจะดูหนัง ราคาแล้วแต่โรงภาพยนตร์ ส่วนกิจกรรมในงาน สามารถเข้าร่วมได้ฟรี
  6. Pocheon Herb Island Romantic Lighting show: November
    ถ่ายรูปวิวตอนกลางวันอาจจะน่าเบื่อไป ลองมาถ่ายรูปแสงไฟสวยๆ ยามค่ำคืนสักหน่อยเป็นไง สำหรับเทศกาลประดับไฟนี้ ได้ถูกจัดขึ้นที่ ‘Pocheon Herb Island Romantic Lighting Show’ สวนสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี ซึ่งที่จัดงานจะคือโซน Santa Village และ Flower Garden โดยงานนี้จะถูกจัดขึ้นนานจนถึงเดือนเมษายนกันเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าหากใครไม่สะดวกไปเดือนพฤศจิกายน ก็สามารถไปชม และถ่ายรูปสวยๆ ได้ในเดือนถัดไป
    Location: Pocheon Herb Island, Gyeonggi
    Admission: ผู้ใหญ่ราคา 6000 วอน / นักเรียนอายุไม่เกิน 17 ปี / ผู้สูงอายุเกิน 65 ปี และคนพิการ 4000 วอน / เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่เสียค่าเข้าชม

jumboslot

  1. New Year Bell Ringing Ceremony: December
    หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวกรุงโซลในช่วงปีใหม่ และยังไม่มีสถานที่เค้าท์ดาวน์ แนะนำให้มาที่หอระฆังโพชินกัค เพราะว่าที่นี้จะมีพิธีตีระฆังในคืนข้ามปี ซึ่งภายในพิธีระฆังจะถูกตีขึ้นทั้งหมดเป็นจำนวน 33 ครั้ง เพื่อเป็นสัญญาณบอกถึงการขึ้นปีใหม่ โดยคนส่วนใหญ่ที่ไปเข้าร่วมพิธี มักจะขอพรให้ตนเองประสบความสำเร็จ มีความสุข และมีความเจริญก้าวหน้าในปีใหม่ และถือเป็นสิริมงคลของชีวิต
    Location: Bosingak Belfry, Seoul
    Admission: ไม่เสียค่าเข้าชม
12 เทศกาลเกาหลี เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่มีเบื่อ

Post navigation