เกาหลีใต้ไม่รอด “โซล” โดนสั่งล็อกดาวน์ข้ามปีอีกราย

เครดิตฟรี

กรุงโซล อินชอน และเมืองโดยรอบ จะมีมาตรการให้กลุ่มคนรวมตัวกันได้ไม่เกิน 4 คน ซึ่งจะเริ่มมาตรการนี้ช่วงวันที่ 23 ธ.ค. 63 – 4 ม.ค. 64 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานวันนี้ (21 ธ.ค.) ว่าหลังจากพบอัตราผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ทางรัฐบาลได้ยกระดับมาตรการล็อกดาวน์ภายในเมืองโซล อินชอน และเมืองบริเวณโดยรอบ ซึ่งมาตรการใหม่จะทำให้ผู้คนรวมตัวกันได้ไม่เกิน 4 คน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. 63 และสิ้นสุดวันที่ 4 ม.ค. 64

สล็อต

เมื่อเช้าวันนี้ เกาหลีใต้รายงานว่าพบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ถึง 24 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 698 คน นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อ 926 คน ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด 50,591 คน “โซ ชอง-ฮยอพ” รักษาการนายกเทศมนตรีกรุงโซลแถลงการณ์ว่าเราไม่สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนี้ได้ ถ้าหากไม่ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากการรวมตัวกันของสมาชิกครอบครัว และเพื่อน ซึ่งนี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค รัฐบาลรายงานว่าจากผู้ติดเชื้อทั้งหมดในโซล พบว่ามีร้อยละ 41.4% ที่สามารถสืบต้นตอไปที่สถานที่ประเภทร้านอาหารหรือใกล้เคียง ร้อยละ 16.9% ตามออฟฟิศ และร้อยละ 12.3% ตามสถานพยาบาลและบ้านพักคนชรา รัฐบาลได้สั่งตำรวจลงพื้นที่ดูแล โดยเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา พบเจอสถานที่อย่างบาร์และร้านคาราโอเกะ ที่ฝ่าฝืนกฏหมายเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย (Social Distancing) โดยรัฐได้ลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องไปทั้งหมด 35 คนแล้ว

สล็อตออนไลน์

ท่ามกลางกระแสการระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรน่า(COVID-19) ที่ยังแผ่ปกคลุมหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียล่าสุด ข่าวที่มาแรงและอยู่ในความสนใจของผู้คนที่สุดหนีไม่พ้นสถานการณ์ ‘ผู้ติดเชื้อ COVID-19’ ในประเทศเกาหลีใต้ ที่เพียงแค่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ วันเดียว ตัวเลขผู้ติดเชื้อทะยานขึ้นไปสูงถึง 142 ราย ส่งผลให้ในตอนนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในเกาหลีใต้อยู่ที่ 556 ราย รั้งอันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด นอกจากจีนแผ่นดินใหญ่ นับเป็นปรากฏการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่เร็วและแรง จนทำให้คนทั้งโลกใจหายใจคว่ำก็ว่าได้
หลายแหล่งข่าวนำเสนอเนื้อหาข่าวเรื่องนี้ โดยพุ่งเป้าไปว่าศูนย์กลางการแพร่เชื้อในครั้งนี้อยู่ที่ผู้หญิงเพียงคนเดียว นั่นคือคุณป้าผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายที่ 31 อายุ 61 ปี ท่านหนึ่ง ที่อาศัยในเมือง แทกู ของประเทศเกาหลีใต้ และเมื่อสืบสาวไปที่ต้นสายปลายเหตุของการติดเชื้อ ก็ยิ่งสร้างความตื่นตระหนกและกระตุ้นต่อมความอยากรู้ให้ผู้คน เพราะได้ความว่า คุณป้าท่านนี้เป็นสมาชิก ลัทธิชินชอนจี และมีประวัติเดินทางไปร่วมพิธีในโบสถ์แห่งหนึ่งในมืองแทกู และที่นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์แห่งวิกฤตครั้งนี้

jumboslot

ความเชื่อในการทำพิธีกรรม ต้นเหตุก่อเกิดการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ในเกาหลีใต้
เมื่อได้รับข้อมูลดังที่เกริ่นมานี้ ทำให้หลายคนพุ่งเป้าไปที่ ลัทธิชินชอนจี ที่คุณป้าชาวเกาหลีใต้นับถือนี้ว่าคือลัทธิอะไร และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่เชื้อ COVID-19 ที่ลุกลาม รุนแรงไปทั่วประเทศเกาหลีใต้ได้อย่างไร จริงๆแล้ว ลัทธิชินชอนจี เป็นลัทธิความเชื่อหนึ่งในเกาหลีใต้ โดยเจ้าลัทธิเป็นชาวเกาหลีใต้ นาม อีมันฮี เขาตั้งตนเป็นเมสสิยาห์ ผู้รับไม้ต่อ และหน้าที่จากพระเยซูคริสต์ ที่จะพาสาวก 144,000 คน เดินทางไปสวรรค์เมื่อวันพิพากษามาถึง แล้วการเข้าร่วมพิธีของลัทธิที่เธอเชื่อถือ และเคารพ เกี่ยวอะไร และทำให้เธอติดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างไร? นี่คือคำถามต่อไปที่เชื่อว่าหลายคนอยากรู้ คำเฉลยอยู่ที่ โดยปกติแล้ว ลัทธินี้จะมีการจัดกิจกรรมให้เหล่าสาวกหรือสมาชิกมาร่วมสวดอ้อนวอนพระเยซูคริสต์กันเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งตั้งแต่ตอนต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อทางโบสถ์ได้รู้ข่าวการระบาดของ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีศูนย์กลางการระบาดอยู่ที่ เมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน แล้ว ก็ใช่ว่าทางลัทธินี้จะนิ่งนอนใจ
เพราะรู้ดีว่ากิจกรรมการสวดมนต์ของทางลัทธินั้น ต้องมีการมารวมตัวกันของคนจำนวนมาก โดยตามรายงานข่าว แค่ในเมืองแทกูเอง มีผู้คนที่นับถือลัทธินี้อยู่ถึง 8,000 คน ที่จะมาทำพิธีกรรมที่โบสถ์เป็นประจำ จึงเป็นพื้นที่แห่งความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 ได้ ไปโดยปริยาย ซึ่งทางโบสถ์ก็ได้ออกประกาศให้เหล่าสาวกได้ทราบโดยทั่วกันว่า “ถ้าใครมีอาการป่วย ให้แจ้งทางสตาฟและกักตัว เพื่อสังเกตอาการที่บ้าน” ทว่า ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความศรัทธาของผู้คนได้ เมื่อการจัดกิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป โดยลักษณะของการร่วมกิจกรรมนี้ คือ การให้สาวกทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมมายืนรวมกันแบบใกล้ชิดมากๆ เพื่อร้องเพลงให้เสียงดังที่สุด โดยจากรายการที่นำเสนอผ่านทางสถานีโทรทัศน์ของเกาหลีใต้ก็แสดงให้เห็นว่า การร่วมพิธีกรรมนั้น ผู้เข้าร่วมจะต้องยืนชิดกันมากชนิดที่เรียกได้ว่าหายใจรดต้นคอกันได้ทีเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ ลองจินตนาการดูว่า ถ้ามีสาวกแค่เพียงสักคนที่ติดเชื้อ COVID-19 แล้วมาร่วมพิธีกรรมนี้ เจ้าเชื้อไวรัสอหังการตัวนี้จะแพร่ไปได้รวดเร็วขนาดไหน คงไม่ต้องบอก และจากรายงานข่าวผ่านสื่อต่างๆ ก็เล่าต่อว่า คุณป้า ผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายที่ 31 ก็มีอาการไอจามมาตั้งแต่ก่อนไปร่วมกิจกรรมแล้ว แต่ด้วยคุณป้าคิดว่า “ชั้นแค่เป็นหวัดน่า ไม่ใช่ COVID-19 หรอก” คุณป้าจึงมาร่วมกิจกรรมที่โบสถ์ของลัทธิตามปกติ และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ ความประมาทในชีวิต ใดๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ของคุณป้า เมื่อรู้สึกไม่สบายก็ไม่ได้ไปหาหมอเพื่อให้ตรวจรักษา แต่กลับใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งเดินทางไปงานแต่งงานกับเพื่อน นั่งรถไปกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา คุณป้าได้เกิดอุบัติเหตุรถชน และต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมกับอาการไอ มีไข้ หายใจหอบเหนื่อย ที่ยังไม่หาย โดยระหว่างแอดมิทในโรงพยาบาล คุณหมอเจ้าของไข้ ได้ตรวจพบว่าคุณป้ามีอาการปอดบวมชัดเจน จนคุณหมอขอให้ตรวจว่าติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่ แต่คุณป้าก็ยังไม่ยอมให้ตรวจด้วยเหตุผลเพียงว่า เธอไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ จะไปติดไวรัสตัวนี้ได้อย่างไรกัน เมื่อคนไข้ไม่ยอมตรวจ คุณหมอก็จำต้องรักษาตามอาการด้วยการให้ยาฆ่าเชื้อไป จนล่วงเลยมาถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่อาการคุณป้าทรุดลง เธอเลยยอมให้คุณหมอตรวจแต่โดยดี และเป็นอย่างที่คิด คุณป้าเป็น ผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายที่ 31 ของเกาหลีใต้ ไปเรียบร้อยและนอกจากนั้นแกยังกลายเป็น super spreader ทำให้ไวรัสลุกลามไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

slot

สำหรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงเป็นข่าวคราวที่พวกเราต้องตามติด ไม่ใช่แค่ในประเทศเกาหลีใต้ แต่ตอนนี้ข่าวสารได้นำเสนอแง่มุมของการระบาดไปทั่วโลก จุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้คนรู้เท่าทัน ไม่ประมาท และดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ

เกาหลีใต้ไม่รอด “โซล” โดนสั่งล็อกดาวน์ข้ามปีอีกราย

Post navigation