อยู่เกาหลีดีจริงหรอ?

เครดิตฟรี

หลายคนที่เริ่มเบื่อหน่ายและผิดหวังกับประเทศไทยก็เริ่มมองหาลู่ทางในการย้ายไปอยู่ที่ประเทศอื่นกันแล้วใช่ไหมคะ หนึ่งในหลายประเทศที่น่าสนใจก็คือ เกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงานก็ตาม ส่วนใหญ่ก็มักจะได้รับอิทธิพลมาจากเคป็อปและซีรีส์เกาหลีหวานแหววสุดโรแมนติก
แต่ในความเป็นจริง การใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีไม่ได้ดีแบบที่คิด เราใช้ชีวิตอยู่ที่เกาหลีมาสองปีกว่าแล้วและนี่คือรีวิวจากใจเกี่ยวกับ “การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเกาหลี”

สล็อต

  1. ค่าครองชีพสูงลิ่ว การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงอย่างโซลหรือปูซานต้องแบกรับกับค่าครองชีพที่สูงมาก ๆ นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียนและทำงานก็คือในเมืองหลวง ค่าใช้จ่ายทั้งที่พัก ค่าอาหารและของใช้ต่าง ๆ ก็ราคาสูงเพิ่มขึ้นเป็นเงา ถ้ามาทำงานก็อาจจะดีหน่อยที่ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ แต่ถ้าหากมาเรียนล่ะก็ ไม่สามารถแบ่งเวลาทำงานได้มากพอที่จะหาเงินเลี้ยงดูตัวเองแน่นอนเลยค่ะ เพราะให้ความสำคัญกับการเรียนไปด้วย ถ้าหากไม่ได้ทำงานพิเศษล่ะก็ มาเกาหลีคือเหมือนเผาเงินเล่นเลย ส่วนใหญ่แล้ว เงินที่ได้จากการทำงาน และการหางานพิเศษนั้นเพียงพอแค่การใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าอยากให้ชีวิตแบบหรูหรา ใช้เงินมือเติบล่ะก็ เงินแค่นี้ไม่พอแน่นอน
    2.เกาหลีไม่ได้สะดวกอย่างที่คิด หลายคนบอกว่า เกาหลีสะดวกมาก อินเทอร์เน็ตก็เร็ว ช้อปออนไลน์ก็สะดวก แถมการขนส่งยังพัฒนาอีกด้วย แต่นั่นสำหรับคนที่มีเงินและมีวีซ่าเท่านั้นค่ะ การทำธุรกรรมหลายอย่างในเกาหลีต้องใช้การยืนยันตัวตนเสมอ เช่น เช่าบ้าน สมัครแพลนมือถือรายเดือน ซื้อเว็บแคม สมัครสมาชิกต่าง ๆ เป็นต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้ชื่อจริงในการยืนยันตัวตนเสมอ แน่นอนว่าสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ถึงไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่เห็นจะลำบากอะไร แต่สำหรับคนที่อยู่ที่นี่ระยะยาว การมีวีซ่าคือเรื่องที่จำเป็นที่สุดค่ะ
  2. ความหลากหลายน้อย คนที่มาเกาหลีครั้งสองครั้งอาจจะคิดว่า บ้าเหรอ? จริงดิ? ตัวเลือกเยอะจะตาย แต่ถ้าอยู่เกาหลีนานพอจะพบว่า ที่นี่มีแต่อะไรเดิม ๆ อาหารเหมือนเดิม ชุดเหมือนเดิม เทรนด์มาทีหนึ่งก็ทำอะไรเหมือน ๆ กัน ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกเบื่อค่ะ

slot

  1. การกีดกันแบบลึก ๆ ถึงแม้ว่าการกีดกันชาวต่างชาติจะไม่ได้มีให้เห็นเด่นชัดหรือพูดกันในที่สาธารณะ แต่สัมผัสได้ค่ะว่า มีอยู่จริง ไม่ใช่แค่การกลัวชาวต่างชาติในชีวิตประจำวัน(เช่น คนทำงานผิวสีที่ไม่มีวีซ่า) กลัวภาษา กลัวการออกเดทกับต่างชาติและอีกมากมาย ไม่ได้จะเหยียดนะคะ แต่ถึงพูดเกาหลีดีให้ตายแค่ไหน “ยังไงก็เป็นคนนอกอยู่วันยังค่ำ” นอกจากนี้ ยังมีระบบการแต่งงานที่ชายต่างชาติแต่งงานกับหญิงเกาหลียากกว่าการแต่งงานของชายเกาหลีกับหญิงต่างชาติอีกด้วยค่ะ
  2. ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง สำหรับคนไทยแล้ว การต้องใช้พาสเวิร์ดเพื่อใช้ห้องน้ำเป็นอะไรที่ไม่ชินสุด ๆ รวมไปถึงร้านอาหารเช้าที่มีน้อยมาก ๆ ผักใบเขียวนิดเดียว เป็นต้น นอกจากนี้ ภาษาเกาหลียังมีลำดับความสุภาพของภาษาที่ยุ่งยากมากมาย หรือบางครั้ง คนไทยก็ชอบที่จะทำให้บรรยากาศครื้นเครงมีสีสันเสมอ แต่ที่เกาหลีบางครั้ง ความเฮฮาก็ไม่เวิร์คค่ะ
  3. ความกดดันในที่ทำงาน ก่อนที่จะมาเจอกับแรงกดดันในที่ทำงาน คนเกาหลีก็เจอกับแรงกดดันตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้วรอบหนึ่งซึ่งการสอบเข้าเรียนต่อของเกาหลีถือว่ากดดันที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ทุกคนต้องการเรียนต่อในมอทีดี ๆ ไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนเท่านั้นนะคะ แต่พ่อแม่และสังคมก็คิดเช่นเดียวกัน กลายเป็นแรงกดดันไปกองอยู่ที่เด็กแทน ถึงแม้ที่ไทยเราจะมีค่านิยมในการเข้ามหาวิทยาลัยอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับเกาหลีแล้ว ต่างกันลิบเลยค่ะ อย่างน้อยเราก็มีความเชื่อว่า ถ้าทำงานที่ชอบให้ได้ดีที่สุด สักวันก็จะเป็นวันของเราเอง แต่ในเกาหลี ทุกคนต่างมุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกัน มองว่างานจำพวกหนึ่งคืองานที่ดีเท่านั้น ทำให้กดดันตัวเองจนเกินไป
    วิธีที่เร็วที่สุดที่จะได้มาใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีคือการเรียนต่อและทำงานค่ะ แต่พอหลายคนมาอยู่ได้ซักพัก ก็มีไม่กี่คนเท่านั้นแหละค่ะที่ยังคงเลือกอยู่ต่อ ปัญหาแรกที่ทำให้เลือกที่จะไม่อยู่ต่อคือ วีซ่าทำงาน อีกปัญหาคือ ไม่มีเงิน หลายคนคิดว่า มาเกาหลีคงทำเงินได้เยอะมาก ๆ แน่เลย แต่จริง ๆ มีคนจำนวนมากคิดว่า “ฉันมาทำอะไรที่นี่” อยู่บ้านซะยังดีกว่า

สล็อตออนไลน์

มนุษย์ป้าเกาหลี จะมีลักษณะนิสัยประมาณว่า ชอบผลัก ชอบดัน ถ้าเราเดินช้า ไม่ทันใจแก แกก็จะผลักจะดัน ไม่รู้จะรีบไปไหนตลอดเวลา โดยเฉพาะในสถานี รถไฟใต้ดิน จะต้องโดนป้าแกผลักบ่อยมากกก แต่ป้าแก่ๆ บางคนก็ใจดีนะ บางทีเห็นเราเรียนมาเหนื่อยๆ ก็ลุกให้เรานั่งด้วย หรือบางทีจะลุกให้ป้าแกนั่งบนรถ แกก็จะบอกว่า ไม่เป็นไร เรียนมาเหนื่อยๆ แล้ว นั่งเถอะ จะได้พักผ่อน คนเกาหลีเวลามีเทรนด์อะไรมา ก็จะทำเหมือนกันทั้งประเทศ เช่น หน้าร้อน ก็จะชอบทำผมสีทองสีส้มเหมือนๆ กัน ส่วนตอนนี้หน้าหนาว ก็ผมดำกันทั้งประเทศ ในเกาหลี ผู้ชายปูซานขึ้นชื่อว่าหล่อมากที่สุดในประเทศ เพราะจะดูนิ่งๆ เข้มๆ เท่ๆ ไปเที่ยวปูซานคือเดินเจอคนหล่อตลอดทาง เพราะฉะนั้นสังเกตพวกดาราไอดอลจากปูซาน จะค่อนข้างหล่อเข้ม เช่น แทกยอน 2PM , ยงฮวา CN Blue , โฮย่า Infinite ส่วนผู้ชายโซลจะขึ้นชื่อเรื่องสวีทหวานแหวว โรแมนติก การเมาแล้วขับในเกาหลีนั้นถือเป็นเรื่องร้ายแรงมากกกก ดังนั้นหากดารา ถูกจับด้วยข้อหานี้ คือต้องหายไปจากวงการพักใหญ่เลย ถือเป็นเรื่องใหญ่มากจริงๆ คนเกาหลีมีทักษะในการยุ่งเรื่องชาวบ้าน(เผือก)ที่ต่ำมาก คือเวลาอยากมองใคร อยากจ้องใคร ก็จะหันไปมองตรงๆ เลย ถ้าเป็นคนไทยจะแกล้งทำเป็นเหลือบๆ มอง หรือแกล้งทำมองไปทางอื่นใช่มะ แต่คนเกาหลีจะจ้องตรงๆ เลย บางทีนั่ง แชทกับเพื่อนเป็นภาษาไทย เจ๊คนข้างๆ หันมาถามเลยว่า เอ่า นี่ไม่ใช่ภาษา เกาหลีนี่ พิมพ์ภาษาอะไรอะ หากเราบอกคนเกาหลีว่าเราขี่มอเตอร์ไซค์เป็น ส่วนมากจะมองเหมือนเราเป็น เด็กแว้นซะส่วนมาก คนแก่เกาหลีแข็งแรงมาก ชอบจับกลุ่มกันไปเดินเขา แต่งตัวสีสดๆ กันทั้งแก๊ง พร้อมใส่หมวกปีกกว้างๆ นี่รู้เลยว่าลุงป้าแกจะไปปีนเขาแน่นอน เด็กเกาหลีน่ารักมาก ขาวๆ แก้มแดงๆ น่ารักสุดๆ จะน่ารักแบบนี้ ไปจนถึงมัธยมต้น แต่พอมัธยมปลาย หลายคนจะเริ่มหน้าตาเปลี่ยนไป เหมือนไม่ใช่คนเดียวกับตอนมัธยมต้นเลย การกินเสียงดังเป็นเรื่องปกติเหมือนจีน และญี่ปุ่น ถ้าเรากินเบา เพื่อนอาจจะ
ถามว่า ไม่อร่อยเหรอ ส้วมที่มีฝาปิด เปิดได้นะจ๊ะ ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นแน่นอน ร้านอาหารที่เกาหลีทุกร้านคือจะมีน้ำให้กินฟรี ทั้งแบบตู้กดและเป็นขวดใหญ่ๆ ให้หยิบดื่มได้ฟรี ส่วนพวกน้ำอัดลมก็จะกินเปล่าๆ ไม่ใส่น้ำแข็ง ในร้านอาหาร จะวางช้อนส้อมตะเกียบไว้บนโต๊ะเลยแบบไม่มีอะไรมารอง คือแลดูสกปรกนะบางที ส่วนเวลากินข้าว คนเกาหลีจะไม่ถือทั้งสองมือ ถ้ามือขวาถือตะเกียบ อีกมือจะไม่ถือช้อน ที่เกาหลีไม่ค่อยมีเกย์หรือตุ๊ด ถ้ามีคือจะต้องหลบๆ ซ่อนๆ สังคมเกาหลียังไม่ยอมรับ เคยมีดาราเกาหลีบางคนยอมรับว่าเป็นเกย์ พ่อแม่บางบ้านถึงกับปิดทีวีทันทีที่ดาราคนนี้โผล่มาบนจอทีวี นอกจากนี้คนเกาหลียังดูไม่ออกว่าใครเป็นเกย์หรือตุ๊ด ถ้าผู้ชายตุ้งติ้งๆ จะเข้าใจว่าเป็นผู้ชายนิสัยเหมือนผู้หญิง แต่ไม่ใช่เกย์ อย่างโจควอน 2AM คนเกาหลีก็มั่นใจมากๆๆๆ ว่าแมน ผู้ชายเกาหลีทาบีบีคือเรื่องปกติ บางทีจะเข้าคลับก็มีการยืมอายไลเนอร์ ของผู้หญิงแล้วกรีดซะเป๊ะเลย ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วยังไม่มีแฟน คนเกาหลีจะเริ่มรู้สึกเดือดร้อน ถึงกับ มีศัพท์เรียกว่า โมแทซลโล(모태솔로) แปลว่า คนที่ไม่มีแฟนตั้งแต่เกิด ในหน้าหนาว คนเกาหลีจะนิยมใส่สีผ้าเสื้อเบสิกโดยเฉพาะสีดำ เสื้อผ้า สีสดใสนี่ถือว่าหายาก ที่เกาหลีก็มีสำเนียงการพูดต่างจังหวัดซึ่งจะฟังยาก ที่ยากที่สุดว่ากันว่าคือ สำเนียงของคนที่เกาะเชจู มือถือที่เกาหลีปิดเสียงชัตเตอร์ถ่ายรูปไม่ได้เพื่อป้องกันการแอบถ่าย ต้องโหลดแอพถ่ายรูปอื่นๆ มาลงแล้วใช้แอพถ่าย

jumboslot

รถไฟใต้ดินที่น่าปวดหัวที่สุดคือสาย 1 เพราะเป็นสายที่ยาวมากและวิ่งออก ต่างจังหวัดรอบนอกโซล จึงมีลุงๆ ป้าๆ ขึ้นมาเยอะสุดๆ คู่รักหลายคู่ชอบแสดงความรักในที่สาธารณะ การจูจุ๊บถือเป็นเรื่อง(เกือบ) ปกติ แต่หลายคนก็มองว่าไม่เหมาะสม แต่ที่เห็นบ่อยคือ ฝ่ายชายจะเอามือฝ่ายหญิงซุกกระเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเองในหน้าหนาว คนเกาหลีตามร้านเสื้อผ้าหรือรองเท้าจะบริการดีมากกกกกก แทบจะจับเท้า เราบรรจงใส่รองเท้าให้อย่างดี แผนกต่างๆ เสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้า พนักงาน จะยืนกันนิ่งๆ แล้วผายมือเพื่อเรียกลูกค้าให้เข้ามาชม งานแต่งงานนิยมจัดใน Wedding Hall คือเป็นที่ที่ให้จัดงานแต่งโดยเฉพาะ พิธีก็สั้นมากไม่ถึงชั่วโมง เพราะมีรายอื่นรอจัดต่อ ของที่นิยมนำไปให้ในงานขึ้นบ้านใหม่ของคนเกาหลีคือสบู่ และทิชชู่ ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องไปเกณฑ์ทหาร จะมี 4 กองทัพหลักคือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และทหารม้า คล้ายๆ ของไทย แต่คนที่สุขภาพไม่ดี ก็จะได้ฝึกทหารแบบไปเช้าเย็นกลับ ฝึกเบาๆ หรือทำงานในสำนักงานเขต ซึ่งหลายคนจะไม่บอกใครเพราะแอบน่าอายเบาๆ ที่ไม่ได้ฝึกหนักเป็นชายชาติทหาร ส่วนค่ายที่ฝึกหนักที่สุดคือค่ายที่ฝึกทั้งบนบกและในน้ำ ถ้าผู้ชายคนไหนเคยผ่านค่ายนี้ จะแบบว่าภูมิใจสุดๆ คุยโอ่ได้ตลอดปีตลอดชาติ คนเกาหลีจะมองว่าผู้ชายที่ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วคือผู้ชายเต็มตัว แมนสุดๆ ดังนั้นหากไปกินข้าวกันกลุ่มใหญ่ แล้วส่วนมากมีแต่คนที่เกณฑ์ทหารแล้ว คนที่ยังไม่ได้เกณฑ์ทหารจะรู้สึกว่าตัวเองด้อยลงโดยอัตโนมัติ แม้จะเกณฑ์ทหารเสร็จแล้ว แต่ทุกๆ ปีหลังจากนั้นทั้งหมด 7 ปี จะต้องกลับไป ฝึกปีละ 3-5 วันแบบไปเช้าเย็นกลับ เรียกว่า เยบีกุน

อยู่เกาหลีดีจริงหรอ?

Post navigation