ประเพณี วัฒนธรรมที่คนเกาหลีทำและไม่ทำกัน

เครดิตฟรี

ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็จะต้องมีประเพณี วัฒนธรรมหรือสิ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาอยู่แล้ว แต่ว่าเรานั้นจะรู้หรือไม่ว่าสิ่งไหนที่เราควรทำและไม่ควร เวลาที่เราได้ไปเที่ยวเกาหลีเราจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูก วันนี้เลยมาบอกว่าสิ่งใดที่ทำได้สิ่งใดที่ทำไม่ได้กันค่ะ

  1. การทักทาย
    คนเกาหลีทำ : การกล่าวคำทักทายและคำขอบคุณนั้น คนเกาหลีจะต้องก้มศีรษะคำนับเสมอ ส่วนการโค้งต่ำระดับไหนนั้น จะขึ้นอยู่กับความอาวุโสของอีกฝ่ายนั่นเอง
    คนเกาหลีไม่ทำ : การกล่าวทักทายด้วยการโอบกอดในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับคนที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกหรือไม่ได้สนิทสนมกันพอสมควร นอกเสียจากเป็นการกอดเพื่อการล่ำลา
    สำหรับในเรื่องของการทักทายของคนเกาหลีก็จะมีวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกันกับคนไทยอยู่มาก จะแตกต่างกันตรงที่คนเกาหลีจะก้มศีรษะ แต่บ้านเราจะเป็นการไหว้ แต่ปัจจุบันวัฒนธรรมของประเทศตะวันตกก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น การทักทายด้วยการกอดหรือการจับมือ จึงได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสนิทสนมระหว่างบุคคล แต่ถ้าพบกับผู้ใหญ่ก็ยังคงวัฒนธรรมการทำความเคารพไว้เสมอ

สล็อต

  1. การเรียกผู้อื่น
    คนเกาหลีทำ : การเรียกคนที่ไม่รู้จักกัน หรือไม่รู้จักชื่อ จะใช้คำพูดที่เป็นการเกริ่นนำขึ้นมาก่อนไม่ได้มีคำเรียกบุคคลนั้นตายตัว เช่น ขอโทษนะคะ,ไม่ทราบว่า แต่บอาจจะใช้คำสรรพนามที่สามารถ ใช้เรียกได้เลย เช่น 아저씨 (อาจอชี) ซึ่งแปลว่า คุณลุง หรือ 아줌마 (อาจุมม่า) ซึ่งแปลว่า คุณป้า การเรียกคนที่มีอายุมากกว่า จะไม่เรียกชื่อเขา แต่จะใช้สรรพนามให้เหมาะสมกับเขาคนนั้น แต่ถ้าเรียกคนที่มีอายุน้อยกว่า หรือเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน สามารถเรียกชื่อได้ หรืออาจใช้สรรพนามแทนก็ได้เช่นกัน
    การเรียกผู้อาวุโสอาจเติมคำว่า 님 (นิม : เป็นคำต่อท้ายที่แสดงถึงความเคารพหรือหมายถึงการให้เกียรติ หรือผู้ที่น่ายกย่อง) ต่อท้ายตำแหน่งหน้าที่การงานของบุคคลนั้น เช่น ครู,อาจารย์ (선생님 อ่านว่า ซอนแซงนิม) หรือเติมคำว่า “คุณ” (씨 อ่านว่า ชี) ต่อท้ายชื่อเต็มของเพื่อนร่วมงาน เพื่อความสุภาพมากขึ้น เช่น คุณฮานึล (하늘씨 อ่านว่า ฮานึลชี)
    เรามักจะได้ยินศิลปินจากค่าย SM Entertainment กล่าวขอบคุณประธานของค่ายอย่างคุณอีซูมานอยู่บ่อยๆและพวกเขาจะเรียกว่า “อีซูมานซอนแซงนิม” ซึ่งเป็นการเรียกที่ให้เกียรติและแสดงความเคารพ
    คนเกาหลีไม่ทำ : จะไม่เรียกคนที่ไม่รู้จักกันหรือไม่รู้จักชื่อว่า 너 (นอ) ซึ่งแปลว่า คุณหรือเธอ เพราะเป็นคำที่ใช้เรียกกันเฉพาะเพื่อนหรือคนสนิทเท่านั้น
    ข้อแตกต่างระหว่างคนไทยกับคน เกาหลีอีกอย่างคือการเรียกชื่อ บ้านเราไม่ว่าจะสนิทกันมากหรือไม่ก็ตาม ก็สามารถเรียกชื่อเล่นได้ ในขณะที่คนเกาหลีจะต้องเป็นคนที่สนิทสนมกันหรือได้รับ การอนุญาติจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อนจึงจะสามารถเรียกชื่อเล่นกันได้
  2. การรับประทานอาหาร
    คนเกาหลีทำ : ใช้ตะเกียบโลหะกับช้อนยาวโดยใช้ช้อนรับประทานข้าวซุป และสตูว์ และใช้ตะเกียบกับเครื่องเคียงแบบอาหารแห้ง เคี้ยวอาหารหรือซดน้ำซุปเสียงดัง เพื่อแสดงความอร่อย (คล้ายวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่น) วางช้อนและตะเกียบลงบนโต๊ะเมื่อทานเสร็จ แล้วน้อมรับคำชมเกี่ยวกับรสชาติอาหารและบริการผู้น้อย
    ก่อนจะรับประทานอาหาร ต้องรอให้ผู้อาวุโสที่สุดเป็นฝ่ายบอกเริ่มการรับประทานอาหารเสมอ เมื่อมีคนรินเครื่องดื่มให้ก็ควรรินกลับเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดต้องเป็นคนรินเครื่องดื่มให้ผู้อาวุโส กว่าเสมอและต้องรินด้วยสองมือ
    คนเกาหลีไม่ทำ : ใช้ช้อนและตะเกียบพร้อมกัน ปักตะเกียบไว้ในชามข้าว เพราะถือว่าเป็นการเซ่นไหว้คนตาย ยกจานหรือชามขึ้นมาขณะรับประทานอาหาร การพูดคุยระหว่างมื้ออาหารที่มากเกินไป การสั่งน้ำมูกในโต๊ะอาหาร ลุกจากโต๊ะอาหารก่อนที่ผู้อาวุโสที่สุดจะรับประทานเสร็จ รินเครื่องดื่มให้ผู้อื่นขณะที่เครื่องดื่มในแก้วยังไม่หมด
    ในข้อนี้ก็เป็นมารยาทขั้นพื้น ฐานที่คนส่วนใหญ่มักจะทำกันอยู่แล้ว คนเกาหลีนั้นจะให้ความสำคัญกับผู้อาวุโสและมารยาทที่คน อายุน้อยกว่าจะต้องเคารพผู้ที่อาสุโสกว่าไม่ว่าจะเป็นด้านอายุหรืออาชีพการงาน

สล็อตออนไลน์

  1. การแสดงออก
    คนเกาหลีทำ : การจับมือทักทายกันอย่างสุภาพ โอบกอดในที่สาธารณะทำเฉพาะกรณีเพื่อการร่ำลา แสดงออกอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ชาวเกาหลีจะแสดงแสดงความคิดเห็นด้วยความระมัดระวังรอบ คอบเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเกิดการเข้าใจหรือตีความหมายผิด
    คนเกาหลีไม่ทำ : การแสดงความรักระหว่างเพศในที่สาธารณะ (เช่น กอด, จูบ) ถูกเนื้อต้องตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณศีรษะ นอกจากจะแสดงความเอ็นดูต่อเด็กเล็กๆ เท่านั้น คุยโวโอ้อวดความสามารถของตนเอง แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาทิ้งขยะบนท้องถนนเพราะค่าปรับแพง
  2. การใช้มือ
    คนเกาหลีเวลาที่จะมอบและรับสิ่งของหรือรับสิ่งของจากผู้ใหญ่จะทำโดยการใช้มือทั้งสองมือในการรับ ถ้ารับของจากผู้ใหญ่โดยใช้มือเดียวจะถือว่าเป็นการเสียมารยาท
    ทั้งหมด 5 ข้อนั้นก็เป็นมารยาทพื้นฐานที่คนเกาหลีต้องทำกัน แต่ก็มีอีกเล็กๆน้อยๆที่ควรจะรู้ไว้บ้าง ถ้าหากมีโอกาสได้เดินทางไป จะได้ไม่ทำผิดกันนะ
  • ในเกาหลี การให้ทิป ไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะตามโรงแรม และร้านอาหารจะบวกค่าบริการ (Service Charge) ไว้แล้ว 5-10% ของค่าอาหาร หรือห้องพัก
  • ค่าเลี้ยงสุนัขที่เกาหลีใต้ค่อนข้างแพง ถ้าหากจูงสุนัขไปเดินเล่นตามถนน แล้วสุนัขอึเราต้องทำการเก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเสียค่าปรับก็ได้นะ
  • ประเทศเกาหลีใต้ มีระบบตรวจจับคนที่ขับรถผิดกฎจราจร ซึ่งทางตำรวจจะส่งหลักฐานมาถึงบ้านเพื่อแจ้งเรื่อง ความเร็ว, เวลา, ทะเบียนรถยนต์ และผู้ทำผิดกฎจราจรต้องไปเสียค่าปรับที่โรงพักเอง
  • ผู้หญิงเมื่อแต่งงานแล้ว จะไม่เปลี่ยนไปใช้นามสกุลของสามี แต่จะยังคงใช้นามสกุลของตนตามเดิม ส่วนลูกที่เกิดมาจะใช้นามสกุลของพ่อ
    และทั้งหมดนี้ก็คือวัฒนธรรม ซึ่งเป็นมารยาทพื้นฐานที่คนเกาหลีปฏิบัติกันมา ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนๆก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีวัฒนธรรมของประเทศกันทั้งนั้น ดังนั้นเราคนไทยถ้าจะเดินทางไปที่ต่างประเทศ ไม่เพียงแค่ประเทศเกาหลีเท่านั้น ก็ควรจะปฏิบัติตัวให้ถูกต้องกับมารยาทของประเทศนั้นๆด้วย

jumboslot

มารยาทในการดื่ม
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องดื่ม ปกติแล้วเราจะได้ยินว่าภาษาเกาหลีคำว่าชนแก้วคือ “คอมเบ” (건배) ใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้วในวงของคนที่สนิทๆ กัน จะไม่ค่อยใช้คำนี้ แต่จะใช้คำว่า “จัน” (찬) แทนค่ะ เพราะคำว่าคอมเบ ออกจะดูทางการเกินไปสักหน่อย ปกติแล้วคนเกาหลีก็จะถือเรื่องอาวุโสในทุกๆ โอกาส ไม่เว้นแม้แต่ในเวลาดื่ม แก้วแรกที่จะเริ่มดื่มนั้น ผู้อาวุโสน้อยที่สุดในโต๊ะควรจะเป็นคนรินเหล้า ลักษณะการรินก็คือต้องใช้สองมือประคอง คือมือหนึ่งถือขวดเหล้า อีกมือหนึ่งแตะที่แขนหรือข้อศอกตัวเอง เพื่อแสดงการนอบน้อมและเคารพผู้ใหญ่ ในขณะเดียวกัน หากผู้ใหญ่รินเหล้าให้เรา ผู้น้อยก็ต้องใช้สองมือประคองแก้วเช่นกัน ก็เป็นมารยาทและธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาช้านาน ส่วนผู้อาวุโสกว่า ก็สามารถรินเหล้ากลับให้ผู้น้อยได้เช่นกัน แต่ต่างกันที่จะใช้มือเดียวในการถือขวด โดยไม่ต้องประคอง และเวลาถือแก้วเหล้าเพื่อรับเหล้าที่รินจากผู้น้อย ก็ต้องใช้มือเดียวในการถือแก้วเช่นเดียวกัน เมื่อเหล้าในแก้วหมด ผู้น้อยจะต้องคอยเป็นคนรินเติมให้ผู้อาวุโสกว่า บางทีผู้อาวุโสก็จะยกแก้วขึ้นเพื่อบอกว่า เหล้าหมดแล้ว เติมให้ทีจ้า ในวงเหล้า ก็จะไม่นิยมรินเหล้าเอง แต่จะผลัดกันรินให้กันและกัน โดยแต่ละคนในวงก็จะคอยสังเกตว่าแก้วใครหมดแล้วบ้าง ถ้าหมดต้องรีบเติม (ริน) คนเกาหลีดื่มเก่ง และคุยเก่ง (คุยสนุก) มาก ใครมีเพื่อน หรือมีโอกาสรู้จักเพื่อนใหม่ ลองชวนไปดื่มดูสักครั้งก็ดีนะ เพราะคนเกาหลีเขาจะใช้เหล้าเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์กัน ไม่ได้ขี้เหล้าหรอก อย่างเช่นเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน หรือรู้จักกันใหม่ๆ ก็อยากจะสนิทสนมกันมากขึ้น หรือรำลึกถึงความสัมพันธ์ เขาก็มักจะชวนกันไปดื่ม ไปร้านเหล้านั่นเองและนิสัยการดื่มของคนที่นั่นก็คือ จะไปต่อ เช่นว่า ร้านที่หนึ่ง แล้วก็ไปต่อร้านที่สอง สาม สี่ ทั้งคืนจนกว่าจะเมาไปข้าง เขาจะไม่นิยมนั่งร้านเดียวนานๆ ไปจนทั้งคืน แต่จะเปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ อันนี้เป็นกันทุกคน เหมือนเป็นวัฒนธรรม แต่ใครไม่ไหวจะกลับก่อนก็ได้นะ เขาไม่ว่ากัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่นิยมที่สุดที่เกาหลี ก็คือ “โซจู” (소주) เหล้ากลั่นดีกรี 25 ไปจนถึง 45 (แรงพอๆ กับเหล้าขาวไทย) ที่นิยมดื่มกันเพราะราคาถูก กินได้เยอะไม่เปลือง วิธีกินโซจูนั้น ก็เทใส่แก้วช็อต แล้วยกขึ้นดื่มพรวดเดียวหมด อย่าจิบเด็ดขาด ให้มันผ่านลงคอไปเลย ถ้าจิบรสชาติจะแย่ และกินลำบากมาก
มารยาทในการในทิป
ที่เกาหลีนั้นจะไม่นิยมให้ทิปกันและไม่ถือว่าเป็นธรรมเนียมแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ก็ได้บวกค่าบริการไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้ทิปอีก หรือแม้แต่การขึ้นแท็กซี่ ก็จ่ายเพียงค่าโดยสารตามมิเตอร์ก็เพียงพอ แต่ถ้าใครอยากจะให้ก็ไม่ว่ากัน เพียงแต่อาจจะได้รับการแสดงท่าทีที่ “ตกใจ” หรือ “แปลกใจ” จากพี่เกาเขาเท่านั้นเอง

slot

เป็นยังไงกันบ้างค่ะข้อควรทำและไม่ควรทำ ไม่ได้ยากเกินไปจนทำไม่ได้เลยใช่มั้ยล่ะคะ ที่นี้เวลาที่เราไปเที่ยว หรือไปทำงานที่เกาหลี เราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปปล่อยไก่แล้วล่ะค่ะ

ประเพณี วัฒนธรรมที่คนเกาหลีทำและไม่ทำกัน

Post navigation