ประเด็นอ่อนไหวสำหรับคนเกาหลี

เครดิตฟรี

แม้ว่าประเทศเกาหลีใต้ จะมีการพัฒนาทั้งระบบเศรษฐกิจและวัฒนธรรมแล้ว แต่ก็ยังคงมีบางเรื่องที่เป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับคนเกาหลีใต้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บางคนถึงขั้นไม่สามารถฟังหรือพูดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆได้เลยค่ะ

สล็อต

ประเด็นอ่อนไหวสำหรับคนเกาหลีใต้ หลายคนคงรู้กันว่าความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาจนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงแต่กรณีของผู้หญิงเกาหลีที่ต้องตกเป็นเหยื่อทางประเวณีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เท่านั้น แต่จากประวัติศาสตร์เคยเกิดสงคราม ระหว่างเกาหลีใต้ – ญี่ปุ่นที่ยาวนานตั้งแต่ปี 1592-1598 ถึงแม้ปัจจุบันความโหดร้ายของสงครามที่เกิดขึ้นจะเหลือเพียงแต่บันทึก และคำบอกเล่าเรื่องราวแต่เมื่อพูดถึงเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ก็อาจทำให้คนเกาหลีบางคนรู้สึกอึดอัดใจได้ค่ะ โดยเฉพาะ เรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับเหยื่อประเวณีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ล่าสุดศาลเกาหลีใต้ก็เพิ่งตัดสินใจ ทางการญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยให้กับเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ว่าจะยังไงทางญี่ปุ่นก็ยังไม่ยอม แถมประเด็นเรื่องประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ก็ไม่ตรงกัน จนเป็นเรื่องที่ไม่ว่าจะถูกยกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ทำให้คนเกาหลีหัวร้อนขึ้นมาได้ทุกเมื่อค่ะ แม้ว่าตอนนี้ จะมีวัฒนธรรมของญี่ปุ่นหลายอย่างทั้งอาหาร, เพลง และตอนนี้ก็มีคนญี่ปุ่นจำนวนมากที่มีความสนใจใน วัฒนธรรมของเกาหลี รวมถึงไอดอลสัญชาติญี่ปุ่นจำนวนมากในเกาหลี แต่สำหรับคนเกาหลีบางคนก็ยังมีอคติกับประเทศญี่ปุ่นอยู่ดี โดยเฉพาะคนสูงอายุค่ะ ซึ่งสามารถเห็นได้จากข่าวที่คนเกาหลีกว่า 70% คว่ำบาตรสินค้าจากญี่ปุ่นค่ะ เราเคยคุยกับเพื่อนเกาหลี 2-3 คน และถามเกี่ยวกับ เรื่องความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น เพื่อนส่วนใหญ่ (อายุไม่เกิน 27 ปี) ตอบว่า สำหรับพวกเขารู้สึกเฉยๆ แต่สำหรับคนแก่บางคนถ้าพูดถึงญี่ปุ่น ก็จะโกรธ และไม่พอใจมากค่ะ แต่ถึงแม้ว่าคนเกาหลีรุ่นใหม่ จะมีความอคติกับประเทศญี่ปุ่นน้อยลง แต่ถ้าเมื่อไหร่มีประเด็นร้อนของเกาหลี-ญี่ปุ่นขึ้นมา คนรุ่นใหม่ก็พร้อมไฟท์ไม่ยอมแพ้เหมือนกันค่ะ สำหรับเราในฐานะคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีก็รับรู้ได้ว่า ถึงแม้คนเกาหลีส่วนใหญ่จะบอกว่า “ไม่เป็นไร” แต่ลึกๆแล้วก็ยังมีสิ่งที่คนเกาหลีเท่านั้นถึงจะเข้าใจค่ะ

slot

ปัจจุบันนี้กระแส K-Pop ได้รับความนิยมไปทั่วโลกทำให้วัฒธรรมเกาหลีทั้งอาหาร, เพลง,การใช้ชีวิตของเกาหลีถูกเผยแพร่ไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่า หากมีคนจากประเทศอื่นที่มาอ้างสิทธิ์ในวัฒนธรรมของเกาหลี คนเกาหลีที่มีความรักชาติอย่างเต็มหัวใจก็พร้อมลุกขึ้นปกป้องค่ะ อย่างช่วงที่ผ่านมาทุกคนน่าจะเห็นข่าวที่มีคนจีนอ้างว่า กิมจิและฮันบก เป็นวัฒนธรรมของจีนไม่ใช่ของเกาหลี ทำให้เกิดเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้เนติเซนของทั้งฝั่งจีน และเกาหลีต่างคอมเมนต์สาดสีใส่กัน จนกระทรวงวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ต้องออกมาแสดงหลักฐานต่างๆเพื่อโชว์ให้เห็นว่าทั้งกิมจิและฮันบกเป็นของเกาหลีแท้แน่นอน ความจริงแล้ว วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ถูกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเกิดจากวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้นวัฒนธรรมของประเทศใกล้เคียงหรือภูมิภาคเดียวกันก็มีสิทธิ์ที่จะคล้ายกันได้ แต่จะไม่เหมือนกัน 100% ค่ะ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ที่คนแต่ละประเทศจะรัก และหวงแหนวัฒนธรรมของตัวเองค่ะ โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมมากๆอย่างเช่น ฮันบกหรือกิมจิที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของเกาหลี ถ้าหากมีใครที่มาอ้างสิทธิ์ ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเกาหลีจะไม่พอใจ ก็คงเหมือนกันถ้าที่มีคนอ้างว่าต้มยำกุ้งเป็นของประเทศอื่นไม่ใช่ของไทย คนไทยก็คงพร้อมที่จะลุกฮือออกมาปกป้องเหมือนกันค่ะ
ถ้าเอ่ยถึงประเทศเกาหลีใต้ หลายคนก็ต้องนึกถึง ประเทศเกาหลีเหนือขึ้นมาด้วย ถึงแม้ทั้ง 2 ประเทศจะเคยเป็นประเทศเดียวกันมาก่อน แต่ตอนนี้ทั้ง 2 ประเทศมีความแตกต่างกันมากทั้งวัฒนธรรม, วิถีชีวิต, ระบบการปกครอง, ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงภาพลักษณ์ที่มีต่อนานาชาติค่ะ สิ่งที่เกาหลีใต้เป็นอยู่ทุกวันนี้ แทบจะตรงข้ามกับเกาหลีเหนือโดยสิ้นเชิง และแม้ว่าตอนนี้ทั้ง 2 ฝ่ายจะเซ็นต์สัญญาพักรบเป็นการชั่วคราว แต่สถานการณ์ที่ชายแดนระหว่างประเทศก็มีประเด็นอยู่เรื่อยๆค่ะ เมื่อย้อนกลับไปสมัยสงครามเย็นที่เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้แบ่งพื้นที่กันอย่างชัดเจน ว่ากันว่าคนจากฝั่งทางใต้หลายคนที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัวไปอยู่ฝั่งเหนือ และมีคนจากฝั่งเหนือที่ต้องแยกมาอยู่ฝั่งใต้ ซึ่งถ้ามองมุมนี้แล้วจะเห็นได้ว่าความจริงคนเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้มีความสัมผัสที่แน่นเฟ้นต่อกันค่ะ แต่ด้วยการแยกจากเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับความแตกต่างที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเกาหลีจำนวนมากไม่ได้รู้สึกว่าคนเกาหลีเหนือเป็นเพื่อนร่วมชาติหรือมีความสัมพันธ์ใดๆต่อกัน เราเคยถามเพื่อนเกาหลีหลายคนว่าคิดยังไง? ถ้าหากวันหนึ่งเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้จะกลับมารวมกัน แน่นอนว่า 100% จากเพื่อนๆก็คือ “ไม่เห็นด้วย” เพราะเพื่อนเรามองว่าตอนนี้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต่างกันมาก แม้ว่าการรวมตัวกันจะเป็นเรื่องดีด้านมุษยธรรมแต่คงไม่ดีกับด้านเศรษฐกิจของเกาหลีใต้แน่ๆค่ะ

อาจเพราะความขัดแย้ง และข่าวสารเกี่ยวกับเกาหลีเหนือที่คนเกาหลีใต้ และคนทั้งโลกได้รับรู้ ส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านลบเกือบทั้งหมด ทำให้ความคิดในการรวมชาติเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากสำหรับคนเกาหลีใต้ในตอนนี้ แต่ในอนาคตถ้าทั้ง 2 ประเทศสามารถตกลงเป็นมิตรกันได้ก็อาจจะได้เห็นคนเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้มีความสัมผัสดีๆต่อกันค่ะ

สล็อตออนไลน์

สังคมปิตาธิปไตยหรือสังคมนิยมชายแบบเข้มข้น ซึ่งเป็นผลมาจากการหยั่งรากลึกของลัทธิขงจื๊ออย่างประเทศเกาหลีใต้นั้น แคมเปญ #MeToo กลับกลายเป็นคลื่นยักษ์ที่ปะทะกับหินก้อนใหญ่มหึมาแล้วสลายหายไป ปรากฏการณ์นี้ดูจะขัดแย้งกับการที่เกาหลีใต้พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความรับผิดชอบและขอโทษต่อเรื่อง ‘ทาสกามารมณ์’ ในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หรือไม่ก็มีนัยยะ บ่งบอกว่าสังคมเกาหลีใต้ไม่ได้ยกเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นจริงจังหรือตระหนักถึงมันเท่าใดนัก และปัจจัยทางวัฒนธรรมในสังคมชายเป็นใหญ่อาจเป็นข้อกำหนดสำคัญที่ทำให้ ปัญหาการคุกคามทางเพศในเกาหลีใต้ไม่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าวงการบันเทิงเกาหลีที่กำลังบูมอย่างต่อเนื่องก็กำลัง เผชิญปัญหาการคุกคามทางเพศอยู่เช่นกัน แต่ตรงข้ามกับฮอลลีวู้ดที่เมื่อเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำออกมาเปิดเผย ผู้กระทำผิดจะโดนลงโทษตามกระบวนการ เหยื่อจากการถูก คุกคามทางเพศในวงการบันเทิงเกาหลีกลับต้องพบกับปัญหาvictim-blaming หรือการที่เหยื่อถูกกล่าวโทษแทนที่จะเป็นผู้กระทำ ยิ่งไปกว่านั้น ในบางกรณีเหยื่อยังถูกผู้กระทำฟ้องกลับฐานทำให้เสียชื่อเสียงอีกด้วย และการส่งเสริมให้เรื่องการคุกคามทางเพศ ในวงการบันเทิงเกิดขึ้นอยู่เนืองๆนั้น การละเลยจากสังคมก็เป็นปัจจัยสำคัญ ปัญหาการคุกคามทางเพศไม่ได้ถูกปกปิด เพียงแต่สังคมเกาหลีใต้ไม่อยากรับฟังว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้น ในบริบทสังคมเกาหลีใต้ ดารานักแสดงและบุคคลสาธารณะต้องแบกรับความคาดหวังในการเป็นแบบอย่างของสังคม และการที่พวกเขาออกมาแสดงความเห็นในประเด็นอ่อนไหวอย่างปัญหาการคุกคามทางเพศหรือปัญหาการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่สังคมเกาหลีไม่คุ้นชินและไม่ได้คาดหวังให้เหล่าเซเลบริตี้ส์ทำ และเหล่าเซเลบริตี้ส์เอง – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง – คนที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นก็ไม่กล้าเอาหน้าที่การงานมูลค่ามหาศาลของตนเองมาเสี่ยงกับประเด็นอ่อนไหวทางสังคม ทำให้ปัญหาไร้เสียง ไม่มีใครต้องการพูด ไม่มีใครต้องการได้ยิน ไม่มีใครต้องการรับฟัง นอกจากนี้การรับรู้ของสังคมต่อเหล่าดารานักแสดงแปรเปลี่ยนจาก ‘เอนเตอร์เทนเนอร์’ หรือ ‘ผู้ให้ความบันเทิง’ เป็น ‘สินค้า’ หรือ ‘ผลิตภัณฑ์’ ซึ่งความเป็นสินค้าทำให้เซเลบริตี้ส์ถูกตีค่าเป็นและตามมูลค่าและทำให้สังคมเองก็ไม่ได้ต้องการเห็น ‘สินค้า’ แสดงความเห็นหรือพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดให้สาธารณชนฟัง เหล่าคนดังของเกาหลีจึงยิ่งต้องระมัดระวังหากมีการให้สัมภาษณ์ใดๆแล้วมีคำถามหรือการขอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับละครหรืองานเพลงที่ตนเองกำลังโปรโมต แน่นอนว่าพวกเขาถูกเทรนมาอย่างดีเพื่อที่จะสามารถหลบเลี่ยงการกลายเป็น ‘ดาวดับ’ จากการพลาดท่าเผลอแสดงความคิดเห็นครั้งเดียวได้ แต่คนดังบางคนก็ใช้ ‘ชีวิต’ เป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมตระหนักต่อปัญหาการคุกคามทางเพศในวงการบันเทิงเกาหลี แม้จนถึงตอนนี้แรงกระเพื่อมที่เธอสร้างกลับถูกหันหลังให้จนเกือบถูกสังคมลืมเลือนไป จางจายอน (Jang Ja-yeon) นักแสดงหญิงดาวรุ่งจากละครชุดเรื่องดัง ‘Boys Over Flowers’ หรือที่แฟนๆชาวไทยรู้จักกันในชื่อF4 เวอร์ชั่นเกาหลีตัดสินใจฆ่าตัวตายเมื่อปี2009 เธอเปิดเผยในจดหมายลาตายที่ถูกเขียนด้วยลายมือของเธอว่า เธอถูกผู้บริหารเอเยนซี่ที่เธอสังกัดบังคับให้ เธอมีเพศสัมพันธ์กับผู้บริหารของสื่อใหญ่เจ้าหนึ่ง และเธอยังเขียนรายชื่อของผู้กระทำทั้งหมดที่ต้นสังกัดของเธอนัดหมายให้ในจดหมายด้วย หนึ่งในรายชื่อเหล่า นั้นมีประธานของหนังสือพิมพ์ที่ทรงอิทธิพลของเกาหลีใต้ และแน่นอนว่าเขาถูกสอบสวน แต่เธอกลับไม่ได้สิ่งที่คาดหวังจากการจบชีวิตตัวเองทั้งหมด เพราะเมื่อผลการตัดสินออกมา ปรากฏว่าศาลสั่งลงโทษแค่เฉพาะประธานบริษัทเอเยนซี่ และผู้จัดการส่วนตัวของจางเท่านั้น คนที่มีชื่ออยู่ในจดหมายลาตายของจางอีกเก้าคนกลับถูกปล่อยไปโดยไม่มีการลงโทษใดๆ แน่นอนว่ากรณีของจางจายอนไม่ได้เป็นกรณีเดียวที่เกิดขึ้น เพียงแต่เป็นกรณีที่เกิดขึ้นและเจ้าตัวตัดสินใจเปิดเผยต่อสาธารณะ อีกแปดปีให้หลัง ในปี 2017 นักแสดงหญิงชาวเกาหลีวัย 41 ปี (ไม่เปิดเผยชื่อ) ตัดสินใจฟ้องร้องผู้กำกับคิมคีด็อค ผู้กำกับมือทองชาวเกาหลีที่มีดีกรีรางวัลใหญ่จากเทศกาลภาพยนตร์ที่เวนิสและภาพยนตร์ดังที่ส่งให้เขาเป็นที่รู้จักในระดับโลกอย่างPieta (2012) โดยเธอกล่าวหาว่าเขาบีบบังคับให้เธอถ่ายฉากนู้ดที่ไม่ได้มีอยู่ในสคริปต์ทั้งยังทำร้ายร่างกายขณะที่กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ ‘Moebius’ ในปี2013 หากแต่เธอก็ต้องผิดหวังเมื่อศาลตัดสินลงโทษคิมคีด็อคแค่เพียงปรับเงิน5ล้านวอน หรือประมาณ 4,700ดอลล่าร์สหรัฐ เธอให้สัมภาษณ์ว่า “เซเลบริตี้ส์ระดับโลกเข้าเป็น ส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหว #MeToo แต่การเคลื่อนไหวนั้นไม่ได้กำลังเกิดขึ้นในเกาหลีใต้” “ดารานักแสดงผู้หญิงที่อ่อนแอและไม่มีปากเสียงอย่างฉันทำแบบนั้นไม่ได้ เราเผชิญกับข้อจำกัดที่นี่(ในเกาหลีใต้)” เธอเสริม
นักแสดงหญิงคนนี้กับทนายของเธอหวังว่าการฟ้องร้องครั้งนี้จะทำให้เหยื่อจากการถูกคุกคามทางเพศกล้าที่จะออกมาเปิดเผยสิ่งที่พวกเขา โดนกระทำมากขึ้น แต่ก็ไม่มีใครทำแบบนั้น และแน่นอนว่าราคาที่ดาราสาวคนนี้ต้องจ่ายเมื่อตัดสินใจฟ้องร้องผู้กำกับดังก็คือ เธอไม่สามารถกลับมาทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิงได้อีก – ดังที่กล่าวมาข้างต้น – ดารานักแสดงถูกมองเป็นสินค้า เมื่อสินค้ามีตำหนิก็จะเสียโอกาสในการแข่งขันให้กับสินค้าอื่นที่ดีกว่า และสมบูรณ์กว่าในแง่ของภาพลักษณ์ ยังไม่นับอิทธิพลของโจทก์ที่เธอ พยายามงัดข้อด้วย แต่เธอก็ยืนยันที่จะทำ แต่กระนั้นการจบชีวิตของจางจายอน และการฟ้องร้องของดาราหญิงวัย 41 ปีก็ทำให้นักเคลื่อนไหว และผู้สนับสนุนให้ตระหนักถึงปัญหาการคุกคามทางเพศรวมตัวชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องให้อัยการสอบสวนคดีของจางจายอนใหม่อีกครั้ง
[NPC4]ทั้งนี้ทั้งนั้น แน่นอนว่าจางจายอน และดาราสาวไม่ใช่กรณีแรกๆของวงการมายาเกาหลีที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นที่รู้กันว่าดารา และศิลปินหญิงบางส่วนมักถูกต้นสังกัดหรือผู้จัดการบังคับ และกดดันให้ ‘สร้างความพึงพอใจ’ ให้กับผู้ทรงอิทธิพลของสื่อบางเจ้า ผู้กำกับ หรือแม้แต่ผู้ผลิตรายการ (PD) เพื่อเป็นหลักประกันให้ กับความก้าวหน้าทางอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราโนเนมหรือดาราใหม่ๆที่อยากมีชื่อเสียงท่ามกลาง อัตราการแข่งขันอันสูงลิ่วในอุตสาหกรรมบันเทิงแดนกิมจิ #MeToo ส่งกระแสข้ามโลกให้คนตื่นตัวกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน แต่ในบางประเทศเช่นเกาหลีใต้ #MeToo ต้องปะทะกับกำแพงค่านิยม และวัฒนธรรมซึ่งยากที่จะเปลี่ยนแปลง ท้าทายกับลัทธิขงจื๊อที่ฝังรากลึกจนยากจะถอน แต่กระนั้นไม่ได้ไร้ความหวังเสียทีเดียว ในเมื่อยังมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่พยายามผลักดัน #MeToo หรือปัญหาการคุกคามทางเพศให้เป็นประเด็นระดับชาติ หากแต่เมื่อสังคมยังทำหูทวนลมต่อปัญหา แคมเปญนี้จะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหนยังเป็นประเด็นน่าสนใจที่ต้องติดตาม
เครดิต https://www.creatrip.com/th/blog/9932

ประเด็นอ่อนไหวสำหรับคนเกาหลี

Post navigation